8 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในอนาคต

เทคโนโลยี-4

อีกไม่นาน เทคโนโลยีจอแสดงผลอาจเปลี่ยนรูปโฉมไปอีกขั้นโดยมีการพัฒนาให้มีขนาดบางลง ถึงขนาดว่าสามารถม้วนพับเก็บไว้ได้ ขณะที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีจอแสดงผลแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างจอแสดงผลแอลซีดีที่ยังมีข้อเสียตรงที่ใช้พลังงานมาก เทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนแอลซีดีในวันข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์แสดงผลฟิล์มบางอินทรีย์เปล่งแสง หรือ โอแอลอีดี (OLED: Organic light-emitting diode) และเทคโนโลยีที่เรียกว่าไบ-สเตเบิล ซึ่งเแม้แต่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เห็นบ้างแล้วทั้งในเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นสื่อดิจิตอลเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟน ข้อดีของจอแสดงผลแบบโอแอลอีดีคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอแบบแอลซีดีในขนาดเท่าๆ กันสูงถึง 40% ทั้งยังบางกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการส่องแสงออกมาจากหลังภาพ ทั้งยังให้ภาพที่คมชัดกว่า ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของซัมซุง   1. โทรศัพท์คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และไรน์คอม รวมถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางจากเคียวเซร่า นอกจากนี้ทางโซนี่คอร์ปอเรชั่นเองยังมีแผนจะทำตลาดจอทีวีขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีโอแอลอีดี ภายในปีนี้ด้วย แม้ในวงการสื่อสารไร้สายเทคโนโลยีโอแอลอีดีจะยังเพิ่งเริ่มแต่ในการพัฒนาจอแสดงผลรุ่นดังกล่าวเพื่อทำตลาดมีปรากฏให้เห็นบ้างในกลุ่มผู้ผลิตจอแสดงผล แบบแอลซีดี ทั้งซัมซุง เอสดีไอ และโซนี่จากการประเมินของบริษัทวิจัยด้านการตลาดไอซัพพลาย ตลาดสำหรับจอแสดงผลแบบโอแอลอีดี และแอลซีดีที่ใช้พลังงานน้อยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยคาดว่าจนถึงปีพ.ศ. 2555 อาจมียอดขายมากถึง 24,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% เทียบกับยอดขายในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ     2. ไอเดียรถยนต์สปอร์ต 3 ล้อ แห่งปี 2020 จาก Peugeot Velocite นี่เป็นไอเดีย Concept Car จาก Peugeot Velocite ซึ่งออกแบบโดย Juan Calos โดยเขาได้ออกแบบรถยนต์ Peugeot สำหรับอนาคตในปี 2020 ซึ่งเป็นรถยนต์แบบ Sport 3 ล้อที่เขาได้ไอเดียมาจากรถมอเตอร์ไซต์ โดยตัวเครื่องยนต์จะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Low-Resistance Electric Motor ซึ่งปราศจากไอเสียและเมื่อรถวิ่งลงเขาก็จะสามารถชาร์จพลังงานให้กับรถได้อีกด้วย   3. ไอเดียคอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคตในปี 2020 จาก Sony Nextep Computer ไอเดียคอมพิวเตอร์แห่งอนาคตจาก Sony Nextep Computer โดยในปี 2020 เราจะมีคอมพิวเตอร์ที่มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นด้วยหน้าจอ OLED Touchscreen มีเทคโนโลยี Holographic Projector, Pull-Out Extra Keyboard และที่สำคัญมันจะอยู่บนข้อมือของคุณด้วย ไอเดียนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคงได้เห็นกัน     4.คอมพิวเตอร์ผสมกับโคมไฟตั้งโต๊ะ (Computer Table Lamp Concept) จากรูป มองดูแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร? แต่แท้ที่จริงมันเป็นแนวคิดคอมพิวเตอร์ในอนาคต มองไปที่ด้านบนจะเห็นช่องใส่แผ่นซีดีรอม ควบคุมการทำงานด้วยจอแสดงผลแบบสัมพัส และมีพอร์ตเพื่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ คอนเซ็ปต์ของมันก็คือเป็น Media Center ที่มีทั้ง เครื่องเล่นดีวีดี อัลบัมภาพ เครื่องเสียง ทีวี และอินเตอร์เน็ต สามารถนำไปวางไว้ในห้องรับแขก เพื่อใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งในบ้านได้     5. เครื่องฉายภาพขนาดกระทัดรัด(Ultracompact Digital Projector) เครื่องฉายภาพขนาดกระทัดรัด (Ultracompact Digital Projector) Samsung ร่วมกับ Teague นำเสนอเครื่องฉายภาพขนาดกระทัดรัด ออกแบบมาสำหรับการประชุมทางไกลผ่านกล้องวีดีโอ สามารถสั่งการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเทคโนโลยี Laser Diode ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้หลายอย่าง มีการเชื่อมต่อไร้สาย และใช้งานอีเมล์     6. กล้องถ่ายดีวีดี (DVD Camcorder Concept) กล้องถ่ายดีวีดี (DVD Camcorder Concept) กล้อง บันทึกดีวีดีถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก และมีรูปทรงที่ต่างไปจากกล้องถ่ายวีดีโอในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงของมันทำให้สามารถปรับหมุนเลนส์กล้องได้ 360 องศา นับเป็นการปฏิวัติกล้องถ่ายวีดีโอครั้งใหญ่เลยทีเดียว       7. เครื่องเล่นเกมส์ Playstation 3 เครื่องเล่นเกมส์ Playstation3 ออกแบบมาในรูปทรงแท่งสี่เหลี่ยมโค้งมน เน้นวัสดุที่ทำเหมือนโลหะ ทำให้ตัวเครื่องดูสวยเฉียบทีเดียว           8. แนวคิดรถยนต์ในอนาคตจากนิสสัน แนวคิดรถยนต์ในอนาคตจากนิสสัน ออกแบบมาสำหรับนักวิทบาศาสตร์ นักธรณีวิทยา นักโบราณคดี หรือนักผจญภัย รถยนต์ “Nissan 4×4 Terranaut” คันนี้มีห้องโดยสารทรงกลม ที่นั่งคนขับปรับหมุนได้ 360 องศา น่าเสียดายที่เบาะสำหรับผู้โดยสารมีเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้น […]

Read More…

เทคโนโลยการแพทย์ที่จะมาเขย่าวงการสุขภาพภายในปี 2020

การแพทย์

วงการสุขภาพกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล และเทคโนโลยีที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ถูกคาดหวังว่าจะมี อนาคตที่ยาวไกลในเชิงของการช่วยวินิจฉัยโรค การรักษา การดูแลทั้งผู้ที่ป่วยและไม่ป่วย เทคโนโลยีในอนาคตเหล่านี้มีศักยภาพสูงในการพลิกโฉมวงการการแพทย์และสุขภาพ 1. ปัญญาประดิษฐ์ กับวงการแพทย์ “จะมีอัตราการเติบโต 42% และจะมีมูลค่าสูงถึง 6.6 พันล้านในปี 2021” เป้าหมายของ AI ในวงการสุขภาพ คือการพัฒนาการรักษา และดูแลผู้ป่วยโดยการช่วยแพทย์เวชปฏิบัติในการใช้ความรู้ทางการแพทย์ ซึ่งระบบได้ทำการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนและจดจำข้อมูลไว้แล้ว ทำให้สามารถนำเสนอการรักษาที่ดีเยี่ยมสู่ผู้ป่วยได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพในการบริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยได้แบบ real-time ทันที ที่มีความความต้องการ ทั้งยังเป็นข้อมูลคุณภาพจากแหล่งข้อมูลอิเล็คทรอนิกส์ทางการแพทย์ (EHRs) ด้วย คาดกันว่าตลาดของ AI ที่เกี่ยวเนื่องกับวงการสุขภาพจะได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วทั่วโลกด้วยอัตรา การเติบโตที่สูงถึง 42% ไปจนถึงปี 2021 ประสิทธิภาพการรักษาที่ดีเยี่ยม, ค่าใช้จ่ายที่ลดลง, กำจัดขั้นตอนฟุ่มเฟือยเพื่อให้กระแสงานในโรงพยาบาลหมุนเวียนง่ายขึ้น, และแผนการรักษาแบบผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง คือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ตลาด AI ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการสุขภาพ AI ช่วยพัฒนาการเข้าถึงและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยความช่วยเหลือของระบบประมวลผลภาพดิจิทัล, การจดจำแบบแผน, และการเรียนรู้ของเครื่องจักรบน AI แพลตฟอร์ม 2. ภูมิคุ้มกันบำบัด กำลังเติบโตที่อัตราสูงถึง 139% “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เอื้อประโยชน์ในการรักษาโดยมุ่งเน้นไปที่ความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในการรับมือกับมะเร็ง ทั้งยังมีศักยภาพที่จะพลิกโฉมการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย มันช่วยสร้างมิติใหม่ทั้งในแง่ของการ ยืดอายุผู้ป่วยรายคนให้ยาวนานขึ้นและการช่วยเหลือผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งไฝ ที่ถือเป็นความต้องการสำคัญทางการแพทย์ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบสนองแถมมีทางเลือกในการรักษาที่จำกัด ในแต่ละปีมีการตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งไฝมากกว่า 160,000 รายทั่วโลก และมียอดผู้เสียชีวิตรายปีสูงถึง 40,000 ราย ความหวังของวิธีรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของมันเมื่อถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยในวงกว้าง เมื่ออัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพในเชิงมะเร็งวิทยาเป็นที่ตระหนัก ศักยภาพของมันจะเพิ่มขึ้นแบบ ทวีคูณ ขณะที่ตัวยับยั้งการทำงานที่จุดตรวจจับครองตำแหน่งประเด็นสนทนายอดนิยมในแวดวงการแพทย์ วิธีการรักษาอื่นๆ ที่ดูมีความหวังได้แก่ การปลูกสร้างแบบใหม่ระดับโมเลกุล เช่น การดัดแปลงโมเลกุลรับสัญญาณให้เป็นแบบลูกผสม (CARs), การผสมผสานวิทยาการรักษาด้วยยาเก่าและใหม่, ตลอดจนการ ปรับเกณฑ์การให้ยาและวัคซีน ตลาดของตัวยับยั้งการทำงานที่จุดตรวจจับมีมูลค่า 3 พันล้านเหรียญในปี 2015 และคาดว่าจะแตะ 21.1 พันล้านเหรียญภายในปี 2020 กล่าวได้ว่ามีอัตรการเติบโตสูงถึง 139% 3. การตรวจพิสูจน์ของเหลว : ศักยภาพในการจับตาดูมะเร็งแบบไม่รุกรานร่างกาย การตรวจพิสูจน์ของเหลว (Liquid Biopsy) สามารถสกัดเซลล์มะเร็งออกจากตัวอย่างเลือดธรรมดาๆ ได้ และมีศักยภาพ ที่จะปฏิวัติการรักษาโดยการติดตามดูเซลล์มะเร็งแบบไม่รุกรานร่างกาย ปัจจุบันการตรวจชิ้นเนื้อซ้ำหลายๆ รอบคือสิ่งจำเป็นในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเนื้อร้าย และนับเป็นความท้าทายอย่างมากต่อร่างกาย ของผู้ป่วย การตรวจพิสูจน์ของเหลวสร้างโอกาสที่แสนหอมหวานในการลงทุนให้กับธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับ การวินิจฉัยโรค โดยการมุ่งเน้นไปที่ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ เช่น ดีเอ็นเอและเซลล์มะเร็ง ได้เปิดโลกใหม่ที่ทำให้ การติดตามเฝ้าดูเนื้อร้ายกลายเป็นเรื่องที่ไม่รุนแรงกับร่างกายอีกต่อไป คาดกันว่าภายในเวลาประมาณ 2 ปี การตรวจพิสูจน์ของเหลวจะกลายมาเป็นส่วนเสริมที่สำคัญให้กับการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ เทคโนโลยีนี้ได้รับ การพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพกว่ามาก และสามารถตรวจจับอาการทรุดของโรคได้ก่อนการทำซีทีสแกน เสียอีก หัวใจของมันคือการที่แพทย์สามารถตรวจมะเร็งได้โดยไม่ต้อง “เข้าถึงตัวมะเร็ง” ซึ่งตรงนี้เองคือ จุดสำคัญที่ต่างจากการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ 4. ยีนดัดแปลง CRISPR/Cas9 : วิธีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบเดิมๆ จะต้องหยุดชะงัก CRISPR/Cas9 คือเทคนิคการตัดต่อยีนซึ่งสามารถแก้ไขความบกพร่องต่างๆ ได้อย่างแม่นยำตรงจุดใน ระดับดีเอ็นเอ แถมยังวางใจได้และมีประสิทธิภาพในเชิงราคาด้วย ในระยะเวลาสั้นๆ มันได้เข้ามากุม ความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการวิจัยและพัฒนาวิทยาการ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวเนื่อง กับวิทยาศาสตร์ชีวภาพในส่วนตลาดที่สำคัญทั่วโลก เทคนิคนี้ถูกปล่อยออกมาในวงการวิจัยครั้งแรกในปี 2014 และหลายองค์กรต่างแห่กันนำมันมาใช้เพื่อผลิตเครื่องมือวิจัยและพัฒนาการรักษาโรค Sangamo Biosciences คือบริษัทที่นำหนึ่งในเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้สร้างผลงานมากที่สุด อย่างเช่นการใช้นิวเคลียส วิศวกรรม Zinc Finger Nucleases เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาโรคที่ถึงขั้นนำมาใช้กับมนุษย์ได้ ส่วนบริษัทอื่นๆ อย่างเช่น startup น้องใหม่ CRISPR Therapeutics และ Editas Medicine โฟกัสไปที่ CRISPR และได้รับเงินระดมทุนหลายล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การดัดแปลงยีนเพื่อนำมาใช้รักษาโรคในมนุษย์จะแย่งไฟบนเวทีไปครองได้สำเร็จแต่ในวงการอื่นๆ อันได้แก่ เกษตรกรรมและสารเคมีพิเศษ ซึ่งเทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลกว่าผลวิจัยที่มีอยู่ในท้องตลาดแล้ว การตัดแต่งยีนมอบโอกาสให้พวกเขาสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ ปรับคุณสมบัติที่สำคัญของพืชไร่และสัตว์ เพิ่มผลผลิตและคุณค่าเชิงสารอาหารของพืช สร้างพันธุ์พืชไร่ที่ทนต่อโรค แมลงศัตรูพืช หรือความสุดขั้วของสภาพอากาศ เพิ่มความทนทานของสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ให้สามารถทนต่อโรค และมีคุณสมบัติด้านสารอาหารที่ดีขึ้น บทวิเคราะห์จากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติมีการกล่าวถึง CRISPR/Cas9 ตั้งแต่ปี 2013 มาจนถึงปี 2015 ว่าเทคโนโลยีการตัดต่อยีนดังกล่าวนี้มีอัตราการเติบโต อย่างมหาศาล ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2014 มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 เท่า และจากปี 2014 ถึง 2015 มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 3 เท่า ผู้ใช้สุดท้ายที่นำ CRISPR/Cas9 มาใช้ไม่ได้มีเพียงแค่นักวิจัย สายวิชาการเท่านั้นเนื่องจากมันส่งผลสำคัญต่อวิทยาการรักษาโรคด้วย เทคโนโลยีนี้เอาชนะความท้าทาย หลายอย่างโดยใช้ RNAi, TALENs และ ZFN เป็นเครื่องมือตัดต่อจีโนม และดูมีความเป็นไปได้มากที่ มูลค่าของมันในตลาดจะไต่ขึ้นสูงถึงหลายร้อยล้านเหรียญภายในไม่กี่ปีข้างหน้า 5. เทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ : ตัวพลิกเกมแห่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและอวัยวะ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติมีศักยภาพมากในวงการสุขภาพเพราะคุณสมบัติที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับ ตัวบุคคลได้ของมัน การพิมพ์ 3 มิติที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับบุคคลได้จะช่วยลดเวลาในการผ่าตัดและ ค่าใช้จ่ายในการรักษาลงอย่างฮวบฮาบ ในปัจจุบันเทคนิคการพิมพ์ 3 มิติถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางที่สุด ในการพิมพ์โครงเลี้ยงเซลล์, กระดูกเทียม (สำหรับการผ่าตัดใส่กระดูกเทียม), และเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างเช่น ฟันปลอม หรือเครื่องช่วยฟัง ส่วนตัวพลิกเกมในวงการการพิมพ์ 3 มิติในอนาคตน่าจะเป็นการ พิมพ์เนื้อเยื่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ตับ หัวใจ หู มือ ตา หรือการสร้างหน่วยเนื้อเยื่อที่เล็กที่สุดที่สามารถ […]

Read More…

เทคโนโลยีในอนาคต ที่เป็นสไตล์การดำเนินชีวิตของเรา

ถ้าหากกล่าวถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่สามารถจะทำให้การดำเนินชีวิต รวมถึงการทำงานต่างๆ บรรลุผลสำเร็จอย่างสะดวกสบาย แม่นยำ รวดเร็ว แต่ถ้ามองย้อนกลับไปคงรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อโทรทัศน์, โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ นั้นได้ถูกพัฒนาให้เป็นสิ่งของแบบสมาร์ท ๆ แล้วถ้าในอนาคตละเคยสงสัยกันไหมว่า มันจะมีอะไรที่สุดยอดมาให้ยลโฉมอีกบ้าง…? ดังนั้นเราจึงจะพาชมเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนสไตล์การดำเนินชีวิตของเราไปอีกแบบ รวมถึงความแปลกใหม่ที่ไม่มีในปัจจุบัน แต่อาจสัมผัสได้ในอนาคต!! 1. คอมพิวเตอร์ ถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อ 10-15 ปีที่แล้ว เชื่อได้ว่าหลายคนคงเคยสัมผัสกับคอมพิวเตอร์ยุคบุกเบิกกันแน่นอน ด้วยตัวเครื่อง (CPU) และหน้าจอขนาดใหญ่ รวมถึงอะไหล่ชิ้นส่วนราคาแสนแพง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ก้าวมาเป็นส่วนสำคัญในวงการคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้มีขนาดเล็กลง, ความสามารถเพิ่มขึ้น, นํ้าหนักเบา หรือทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เป็นเรื่องง่าย 2. โทรทัศน์ ถือว่าเป็นสิ่งของที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไล่มาตั้งแต่โทรทัศน์แบบหมุนหาคลื่น รวมถึงตัวเครื่องขนาดใหญ่ นํ้าหนักมาก มาจนถึงการสั่งการด้วยคำสั่งเสียง, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, วัสดุการผลิตขนาดเล็ก หรือการแสดงภาพคมชัดสมจริง สวยสดงดงาม ก็เรียกได้ว่าเป็นโทรทัศน์ที่มีความสามารถมากกว่าโทรทัศน์แล้ว 3. สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต นับได้ว่าเป็นยุคทองของเหล่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างแท้จริง ซึ่งในหนึ่งปีก็มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ออกมาให้ได้ยลโฉมกันหลายสิบเครื่อง จากหลากหลายค่าย โดยก็มักมีนวัตกรรม หรือจุดเด่นต่างๆ ผสมผสานอยู่เสมอ หรือฟีเจอร์สุดลํ้า 4. โทรศัพท์บ้าน หากเราสังเกตตามภาพยนต์แนว Sci-Fi โทรศัพท์ภายในบ้านจะมีลักษณะคล้ายเข็มทิศ หรือแผ่นใสขนาดยาว โปร่งแสง และมีตัวเลขปรากฏ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ขึ้นโชว์ให้เห็น อีกทั้งผู้ใช้งานจะสามารถสั่งการด้วยเสียง หรือนำมาประยุกต์ใช้กับสมาร์ทโฟนก็ทำได้เหมือนกัน 5. เครื่องใช้ภายในบ้าน ถือเป็นการพัฒนาสิ่งของภายในบ้าน ให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม ลองนึกภาพดูว่าถ้ามีเตาปิ้งย่าง สามารถบอกวิธีการย่างเนื้อวัว หรือเนื้อหมู แม้แต่การบอกสูตรทำกับข้าว แนะนำเครื่องเทศต่างๆ คงอร่อยกันเลยทีเดียว 6. เสื้อผ้า/รองเท้า/อุปกรณ์สวมใส่ จะเป็นอย่างไรเมื่อสิ่งของเหล่านี้กลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะของเราในการดำเนินกิจกรรมประจำวัน และตอนนี้ก็มีให้เห็นกันบ้างแล้ว เช่น นาฬิกา, รองเท้า, ถุงมือ เป็นต้น ทว่าความสามารถยังคงอยู่ในขีดจำกัด แต่ก็เชื่อได้ว่าเบื้องหน้าอาจกลายเป็นสิ่งของไฮเทคที่ขาดไมได้ก็เป็นได้ 7. รถยนต์/มอเตอร์ไซค์/จักรยาน เมื่อเราชมภาพยนตร์ Sci-Fi ทั้งหลายเราคงคิดกันบ้างละ ถ้ามันเป็นแบบในหนังบ้างก็คงดี อย่างเช่นเรื่อง Transformer จากรถกลายเป็นหุ่นยนต์ 8. ตึก/บ้านเรือน การเปลี่ยนแปลงของตึก หรือบ้านเรือนภายในให้มีความสามารถแบบสมาร์ทๆ คงน่าตื่นเต้นไม่น้อย ดังที่เราเคยได้เห็นในภาพยนตร์หลากหลายเรื่อง แต่ภายนอกการออกแบบตึก หรือบ้านมักจะมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมถึงจุดที่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยการออกแบบได้ มันน่าตื่นตาไม่น้อย อย่างไรก็ตาม 8 อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ใช่ว่าจะได้รับการพัฒนาให้สมาร์ทๆ เท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งรอบตัวเรา ก็สามารถเป็นของไฮเทคได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นอนาคตมันจะหน้าตาเป็นอย่างไร เราคงต้องเดินทางไปพร้อมกัน […]

Read More…