5 เทคโนโลยีจากเกม การ์ตูนและภาพยนตร์

เทคโนโลยีจากเกม, การ์ตูนและภาพยนตร์

ในโลกนี้มีสิ่งประดิษฐ์มากมายที่มนุษย์คิดค้นและสร้างมันขึ้่นมานับตั้งแต่โบราณกาล โดยมากแล้วมันจะเกิดขึ้นจากจินตนาการของใครสักคนที่ต้องการทำบางสิ่งเพียงเพือให้ชีวิตประจำวันของเขาง่ายดายขึ้นไปจนถึงการพาโลกทั้งใบข้ามผ่านไปสู่อีกยุคหนึ่งด้วยนวัตกรรมจากผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว (เช่นสตีฟ จ็อบส์กับไอโฟนของเขา) บางครั้งคิดเพื่อปัจจุบัน บางทีคิดเผื่ออนาคต ซึ่งอย่างหลังเนี่ยเรามักจะเห็นไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ เหล่านั้นถูกบอกผ่านสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้งเกม, การ์ตูน หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมสามารถเสพย์และซึมซับแนวคิดสุดลํ้าเหล่านั้นได้ง่ายและเป็นรูปธรรมกว่าการนั่งเปิดบทความวิชาการที่อาจจะเข้าถึงยากไปสักหน่อย และแม้หลายๆ อย่างจะเป็นไอเดียที่แรกเริ่มอุดมไปด้วยความฝันทั้งอาจไม่ได้คิดถึงหลักว่าจะทำได้ในโลกจริงรึเปล่า กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไปความคิดและขีดจำกัดของมนุษย์อันประดุจบึงที่ไร้ก้นก็จะพิสูจน์ได้ว่าส่วนใหญ่มันสามารถมีที่ทางบนโลกได้จริงๆ ซึ่งบทความนี้ผมก็จะพาไปดู 5 สิ่งประดิษฐ์จากเกม, การ์ตูน, ภาพยนตร์ ที่กำลังจะเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตประจำวันของเราในไม่ช้า 1. วุ้นแปลภาษา สิ่งประดิษฐ์เอนกประสงค์จากศตวรรษที่ 22 ที่มาพร้อมกับเจ้าแมวหุ่นยนต์สีฟ้าหูโดนแทะชิ้นนี้อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริง 10 หรือ 20 ปีนี้ (บางทีอาจ 100) เพราะด้วยวิธีใช้ของมันที่เคี้ยวๆ กลืนแล้วจู่ๆ คุณก็จะกลายเป็นกูรูด้านภาษาไปในบัดดลเนี่ย ทำให้แม้ในปัจจุบันก็ยังคงดูแฟนตาซีเกินจริงไปมาก (เพราะถ้ามีจริงเมื่อไหร่เหล่าโรงเรียนสอนภาษาอาจจเจ๊งระนาวกันถ้วนหน้า) กระนั้นเราก็อาจจะเข้าใกล้มันเข้าไปอีกขั้นด้วยเจ้าแท่งหรรษาสีขาวนามว่า ili ซึ่งเป็นเครื่องแปลภาษาฉบับพกพาครับ เพียงแต่เวลานี้ยังรองรับเพียง 3 ภาษาเท่านั้นคือ อังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น ดังนั้นก็ขอให้ขยันเรียนภาษากันต่อไปอีกสักหนึ่งศตวรรษ 2. โฮเวอร์บอร์ด สมัยนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่เยอะมากครับ จนถึงกับมีการกระแนะกระแหนกันว่าขี้เกียจเดินกันเองมากนักหรือไง แต่อย่างไรเสียบางคนก็อาจจะมองมันในแง่ของเล่นที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้ชีวิต เช่นที่ฮิตๆ กันตอนนี้ก็เช่นเจ้า Momowheel ที่แล่นเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง (แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยมีใครเล่นบนฟุตบาตประเทศนี้หรอกนะ สะดุดท่อหัวทิ่มกันพอดี) ทว่าสิ่งที่เราจะนำเสนอในบทความนี้คือการเทคเลเวลขึ้นไปอีกระดับนั่นคือ โฮเวอร์บอร์ด ที่สามารถลอยได้จริงครับ! โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็นของแบรนด์ Lexus ซึ่งใช้การผสมผสานเทคโนโลยีอย่างตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด, แม่เหล็ก และไนโตรเจนเหลว มาเพื่อทำให้ตัวบอดสามารถเคลื่อนที่ได้ครับ น่าสนใจทีเดียว 3. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เอาจริงๆ เครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นเป็นอะไรที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วครับ เพียงแต่พวกที่มีโอกาสใช้จะเป็นพวกบริษัทใหญ่ๆ เสียมากกว่าคนธรรมดาๆ กระทั่งช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ตลาดเครื่องปริ๊นเริ่มหดตัวลง ส่งให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติมีราคาที่ตกลงอย่างมากจนกลุ่มห้างร้านบริษัทเล็กๆ รวมถึงลูกค้าทั่วไปสามารถซื้อไปใช้เองได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อมครับ โดยหลักการทำงานในภาพรวมตอนแรกจะไม่ต่างจากเครื่องพิมพ์ธรรมดาเท่าไหร่คือพิมพ์แบนๆ ในระนาบเดียวกับพื้นโลก XY ก่อน จากนั้นจึงค่อยไปแกน Z ซึ่งจะเป็นการพิมพ์แบบขึ้น-ลง ก่อเกิดเป็นมิติที่ 3 ขึ้นมานั่นเอง นับเป็นอีกเทคโนโลยีที่จู่ๆ ก็มาถึงเร็วโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน 4. หุ่นยนต์ เรียกว่าเป็นความฝันของลูกผู้ชายหลายคนเลยก็ว่าได้ครับสำหรับหุ่นยนต์ตัวเป็นๆ เดินได้ ขยับได้ สำหรับประเทศเราและอีกหลายๆ ประเทศนั้นตัวตนที่เป็นดั่งนิยามของคำว่า “หุ่นยนต์” ก็คงหนีไม่พ้นเหล่า Gundam ทั้งหลายนั่นเอง แต่แน่นอนว่าการสร้างเจ้าหุ่นยักษ์รูปร่างมนุษย์สูง 18 เมตรในโลกความเป็นจริงให้ขยับได้อย่างในการ์ตูนนั้นยังคงเป็นอะไรที่ห่างไกล อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์จากบางกระแสด้วยว่าถึงสร้างขึ้นมาได้จริงมันก็คงจะไม่เวิร์คอย่างแรง กระนั้นความปรารถนาอันแรงกล้าที่สร้างหุ่นยักษ์ขึ้นมาใช้จริงนั้นก็รุนแรงเกินกว่าจะต้านทานครับ ดังที่เราได้เห็นว่ามีการแข่งขันการประกวดหุ่นยนต์ต่างๆ อยู่ทั่วโลก แต่ข่าวที่พีคที่สุดคงเป็นการท้าสู้กันระหว่างบริษัทสร้างหุ่นยนต์สัญชาติอเมริกาอย่าง MegaBots ที่ส่งถึงบริษัท Suidobashi ของญุี่ปุ่นซึ่งเพิ่งเป็นข่าวดังไปเร็วๆ นี้นี่เอง 5. เครื่องเล่นตระกูล VR นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในอุตสาหกรรมบันเทิงในขณะนี้เลยครับกับเครื่องเล่นตระกูล Virtual Reality ที่เตรียมพาเหรดถล่มตลาดกันแบบจริงๆ ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป เริ่มจากพี่ใหญ่ทุนหนาผลิตภัณฑ์จากตามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กอย่าง Oculus Rift ซึ่งเปิดพรีออร์เดอร์ไปเพียงไม่กี่วันสินค้าล็อตแรกก็ถูกจองหมดทันที ตามมาด้วย HTC Vive ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันโดย HTC และ Valve หรือก็คือ Steam VR ที่หลายๆ คนรู้จักนั่นเอง นอกจากนี้ก็จะมี PlayStation VR ของทาง Sony ซึ่งน่าจะใช้กับเครื่อง PS4 โดยเฉพาะ และ Microsoft HoloLens ที่ออกมาเคลมว่าลํ้าเกินไป และจะมีการวางขายเมื่อทุกอย่างพร้อมเท่านั้น […]

Read More…

8 เทรนด์เทคโนโลยี เปลี่ยนยุคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่

เทคโนโลยี

วิถีชีวิตของเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความก้าวหน้า รวดเร็ว และเที่ยงตรง ทำให้เทคโลยีที่มีหลากหลายเริ่มเป็นที่น่าจับตามมองที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจในอนาคต วิถีชีวิตของเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความก้าวหน้า รวดเร็ว และเที่ยงตรง ทำให้เทคโลยีที่มีหลากหลายเริ่มเป็นที่น่าจับตามมองที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจในอนาคต ผลการสำรวจผลจาก Tech Breakthroughs Megatrend ซึ่งทำการสำรวจรูปแบบเทคโนโลยีกว่า 150 แบบทั่วโลกจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในการพลิกโลกเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคตอีก 3-7 ปีข้างหน้า อันดับ 1 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) Ai เรียกง่ายๆก็คือคอมพิวเตอร์ที่สามารถคิดและวิเคราะห์สิ่งต่างๆด้วยเหตุและผล จนสามารถตอบโต้การสนทนาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นยังสามารถเรียนรู้และจดจำสิ่งที่ผ่านมาเป็นบทเรียนได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบเพราะการนำไปใช้งานของแต่ละองค์กรนั้นแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าการบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงบางส่วนของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น แต่ในอนาคต ความก้าวหน้าและผลสำเร็จของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ตถูกนำมาใช้ประโยชน์มากกว่าในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ทุกเรื่องจากการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งมนุษย์ไม่มีวันทำได้ แต่ถึงกระนั้นความกังวลใจเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์เองได้อย่างอิสระของปัญญาประดิษฐ์ก็ถูกมองว่าอาจจะเป็นภัยต่อมนุษย์ เพราะกรอบจริยธรรม ความคิด หรือแม้กระทั่งการตอบสนองจะต้องถูกควบคุมอย่างดี เพื่อให้ปลอดภัยกับมนุษย์มากที่สุด ก่อนที่จะเริ่มการปฏิวัติวงการด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง อันดับ 2 โลกกึ่งเสมือนจริง (Augmented Reality หรือ AR) AR เทคโนโลยีโลกกึ่งเสมือนจริง ด้วยรูปแบบการผสมผสานเทคโนโลยีการมองเห็นกับโลกของความเป็นจริงมาเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการซ้อนเทคโนโลยีเข้ากับการมองของมนุษย์ปกติ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ของการเรียกใช้เทคโนโลยีและจัดการระบบได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยปัจจุบันแม้ว่าจะยังเป็นแค่การทำงานอย่างง่าย ๆ เช่น การออกกำลังกายในลู่วิ่ง เมื่อสวมแว่น VR เข้าไปจะทำให้การวิ่งนั้นมองเห็นวิวทิวทัศน์ในสถานที่ที่เราต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นการสวมใส่ VR ในการจัดของเพื่อตรวจนับสต๊อกสินค้าไปในตัว เป็นต้น ซึ่งอีกไม่นานเราจะเห็นการนำ AR ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งด้านความบันเทิงและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างแพร่หลายในอนาคต อันดับ 3 บล็อกเชน (Blockchain) บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีการร้อยต่อข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด โดยข้อมูลทุกบล็อกจะเป็นเหมือนสำเนาของตัวเอง เมื่อเกิดการแก้ไขจะทำให้ทุกบล็อกรับรู้การแก้ไขนั้น ๆ และมีประวัติเก็บไว้อย่างซับซ้อน โดยเนื้อแท้ของเทคโนโลยีจึงมีความปลอดภัยจากโครงสร้างที่เกิดขึ้น ซึ่งความสามารถของบล็อกเชนเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อถูกนำมาใช้งานในรูปของ Bitcoin หรือเงินเสมือนจริงที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ด้วยรูปแบบการบันทึกทุกกล่องเป็นสำเนาข้อมูลเหมือนกันหมด ทำให้บล็อกเชนมีความปลอดภัยมากกว่าการบันทึกด้วยมนุษย์หรือเครื่องมือบันทึกใด ๆ ที่มีอยู่เดิม และนั่นก็ทำให้บล็อกเชนได้รับความสนใจกับกลุ่มธุรกิจการเงินเช่นธนาคารเป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่าบล็อกเชนจะเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่มีความปลอดภัยและรวดเร็วมากกว่าเทคโนโลยีการเงินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อันดับ 4 โดรน (Drones) โดรนเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการบินที่ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถของการบินหลายระยะด้วยระบบอัตโนมัติ ทำให้โดรนเข้ามาแทนที่ในการบินหลากหลายระบบทั้งเล็กและใหญ่ เช่น จากเดิมที่ใช้เครื่องบินใส่ปุ๋ยและยาพืชไร่ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องโดรนที่บรรทุกปุ๋ยและยาบินเข้าพื้นที่แบบอัตโนมัติตามการวางโปรแกรมการบินเพื่อจัดการพื้นที่ได้อย่างไม่หลงลืม ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้โดรนในหลายรูปแบบ ทั้งทางการทหาร การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการขนส่ง ทำให้โดรนกลายเป็นเครื่องมือขนส่งที่ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางอากาศระยะไกลได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนส่งคนหรือสิ่งของก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์ แต่กระนั้นก็เริ่มมีการทดลองอย่างจริงจังในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซที่กลายมาเป็นระบบค้าขายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน อันดับ 5 อินเทอร์เน็ตเพื่อทุกสิ่ง (Internet of Things หรือ IoT) เทคโนโลยี IoT เป็นสิ่งที่หลายคนพูดถึงกันมากที่สุด เพราะสามารถแทรกตัวเข้าไปได้แทบทุกอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีของการสื่อสารอุปกรณ์เท่านั้น โดยคาดหวังกันว่า IoT จะช่วยลดเวลาการจัดการทั้งหมดของมนุษย์ รวมไปถึงการดูแลความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ IoT ยังเป็นอุปกรณ์ที่จะเก็บข้อมูล รายงานสิ่งที่จำเป็นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการตรวจสอบในระบบสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าการแทรกตัวเข้าไปของทุกอุตสาหกรรมยังมีต้นทุนที่ราคาไม่แพงเกินไป ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ฝังเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ แต่หัวใจของการประมวลผลและคิดวิเคราะห์ยังคงใช้งานจากส่วนกลางเพื่อสนองตอบพฤติกรรมนั่นเอง อันดับ 6 หุ่นยนต์ (Robots) หุ่นยนต์เป็นเป้าหมายใหม่ของการทดแทนแรงงานในอนาคต เนื่องจากงานบางชนิดเป็นการใช้แรงงานที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ จนเกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ด้วยค่าแรงที่ต่ำหรือปัญหาของพื้นที่ก็ตามแต่ ซึ่งในโลกอุตสาหกรรมหุ่นยนต์แขนกลที่ทำหน้าที่แทนหนุ่มสาวโรงงาน ทั้งการยกของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งหรือทำงานซ้ำ ๆ แบบเดิมตามไลน์การผลิต มักใช้หุ่นยนต์แขนกลที่มีเพียงจังหวะหมุนของการผลิตเท่านั้น และนอกจากอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว หุ่นยนต์ยังสามารถเข้าไปแทนที่การทำงานในแง่มุมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ่นยนต์ดับเพลิง กู้ภัย หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์ให้บริการ ทำให้ในอนาคต หุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์มากขึ้น อันดับที่ 7 โลกเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) VR เป็นเทคโนโลยีที่อาจจะดูใกล้เคียงกับ AR หากมองแบบผิวเผิน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะวิธีการใช้หรือรูปแบบที่นำไปใช้ก็ตาม นั่นเพราะ VR เป็นสิ่งที่อยู่ในโลกเสมือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ร่างกายเพียงตอบสนองกับสิ่งที่เห็นเพื่อฝึกฝนหรือเพื่อความบันเทิง โดยที่ไม่มีการซ้อนกันของโลกความเป็นจริงแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น การทำเครื่อง VR เพื่อฝึกบินเครื่องบินตามรุ่นต่าง ๆ ช่วยลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการฝึกบินบางส่วน หรืออีกตัวอย่างเป็นการฝึกผ่าตัดของแพทย์เพื่อความเชี่ยวชาญ แน่นอนว่าเครื่องเหล่านี้สร้างระบบครอบการรับรู้ของมนุษย์ทั้งหมดไว้เพื่อสร้างโลกเสมือนที่อาจจะใกล้เคียงหรือไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เป็นอยู่ก็เป็นได้ อันดับที่ 8 ระบบพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ อาจจะฟังดูเป็นเครื่องพรินเตอร์ที่วุ่นวายกับเรื่องหมึกไปสักหน่อย แต่แท้จริงแล้วเครื่องนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป เนื่องจากฟีเจอร์การทำงานเป็นเหมือนการแกะสลักด้วยแบบดิจิทัลที่สั่งงานโดยคอมพิวเตอร์ ค่อย ๆ แกะเนื้อวัสดุออกตามที่ต้องการไปทีละขั้นทีละตอน เหมือนการขึ้นรูปวัสดุ และนั่นก็ทำให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นที่หมายปองของนักออกแบบ เพราะเพียงเวลาไม่นาน แบบที่ร่างไว้ในคอมพิวเตอร์ก็จะถูกพรินต์ออกมาเป็นโมเดล 3 มิติที่จับต้องได้ทุกประการ ด้วยจุดเด่นของการทำงานที่ไม่จำกัดจำนวน และรวดเร็วเช่นที่พรินเตอร์จะพิมพ์ออกมาได้ ทำให้เครื่องพิมพ์เช่นนี้หลุดเข้าไปในหลากหลายอุตสาหกรรม แน่นอนว่าในวงการแพทย์ที่มีการออกแบบอวัยวะเทียมเพื่อทดแทนอวัยวะสำคัญที่ขาดหายไป การออกแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้วฉีดเซลล์เข้าไปเพื่อลดอาการต่อต้านก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทั้ง 8 นี้ต่างมีบทบาทของการพัฒนาและคุณประโยชน์ที่สามารถพลิกการใช้งานเครื่องมือในปัจจุบันของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่จะต่อยอดในอนาคตจะมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และท้ายที่สุด คนธรรมดาก็สามารถเอื้อมถึงได้นั่นเอง […]

Read More…

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคตที่ทุกคนรอคอย 10.Jet Pack เทคโนโลยีนี้จะเห็นได้จากภาพยนตร์พวกแฟนตาซี ไซไฟทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ที่นำไปใช้สำหรับผู้คนแต่ละคน ในการเคลื่อนที่ไปในทางอากาศ 9.เครื่องบินบังคับ ตอนนี้เครื่องบินบังคับก็ได้บังเกิดขึ้นแล้วและใช้ไปในทางด้านการสงครามมากกว่า ทำให้พวกเราหลายคนเริ่มกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีชนิดนี้อยู่ว่า มันจะขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรม ที่มันใช้ได้ทั้งสำรวจอาณาเขตและก็สังหารผู้คนได้ในเวลาเดียวกัน 8.หุ่นยนต์แม่บ้าน ในการ์ตูนเราก็คงจะเห็นหุ่นยนต์แม่บ้าน พ่อบ้านที่สร้างความสะดวกสบายให้กับตัวละครมามากแล้ว ตอนนี้หุ่นยนต์แม่บ้านก็เริ่มจะพอมีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ที่นับวันเริ่มมีศักยภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ที่พวกมันอาจทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปเสียอีก ที่มันไม่เคยบ่นคำว่าเหนื่อย ไม่เฉื่อยช้าเหมือนกับมนุษย์ 7.อาหารสังเคราะห์ อาหารสังเคราะห์เป็นอาหารจำลองที่กินแล้วรสชาติเหมือนกับของจริงทุกประการ ซึ่งก็มีให้เห็นแล้วในปี 2008 แต่ทว่าราคานั้นโครตแพงสุดๆ แต่ดูเหมือนว่าก็มีการเดินหน้าการทำอาหารสังเคราะห์นี้ต่อเนื่อง 6.ภาพ 3 มิติ ดูเหมือนว่าภาพ 3 มิติตอนนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นและก็มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะครอบหัวหรือใส่แว่น 3 มิติ ก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่าเราอยู่ในโลกแห่งเกมกับภาพยนตร์ ทั้งเสียงแบบ 3 มิติที่ช่วยเพิ่มความสมจริงมากขึ้นไปอีก จนถึงวันนี้ก็มีแบบ 4 มิติให้เห็นกันแล้ว 5.รถบินได้ ความฝันของมวลมนุษย์เป็นจริงแล้ว เมื่อรถบินได้มีการซื้อจองล่วงหน้าในปี 2012 ที่เหมือนกับเป็นรถแบบเดียวกับการ์ตูนที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไป ทำให้เราสบายใจไม่ต้องเจอกับจราจรติดขัด และก็ประหยัดการเดินทางได้อีกเยอะ และแน่นอนว่ารถบินได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง 4.Wireless Wireless เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้าในการเชื่อมต่อ ซึ่งเราสามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้ในพื้นที่ของมัน และบริษัทตอนนี้ก็เริ่มขยายอุปกรณ์ประเภท Wireless มากขึ้น อีกหน่อยอนาคตเราก็อาจจะไม่ต้องทำการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าอีกต่อไปก็ได้ 3.รถล่องหน รถล่องหนอาจจะมีจริงได้เร็วๆนี้ในปี 2014 ซึ่งบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่ก็มีการสร้างแบบจำลองรถประเภทนี้กันอยู่ แม้ว่าจะรถล่องหนดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นอะไรมากนัก แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของโลกก้าวหน้าเหนือความคาดหมายแล้ว ที่เราอาจจะมองไม่เห็นรถวิ่งแล่นไปมาเลยก็ได้ 2.รถบังคับอัตโนมัติ กล่าวกันว่ารถบังคับอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หากมีจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้ มีการตั้งสัญญาณเตือนภัยอุบัติเหตุต่างๆ จอดรถอัตโนมัติ และก็ควบคุมทิศทางได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะต้องตั้งค่าเซ็นเซอร์ในระดับที่แข็งแกร่งมากถึงจะตอบสนองได้ 1.เทคโนโลยีอ่านใจคน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มวลมนุษย์ตั้งหน้าตั้งตารอคอยแน่ๆ ซึ่งตอนนี้กำลังมีการวิจัยอยู่ โดยจะให้เราใส่หูฟังและเครื่องก็จะทำการอ่านจิตใจในสมองของเราว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ ที่จะทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและคนอื่นๆได้ และดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ซะด้วย […]

Read More…