Digital Entrepreneur เฟืองตัวสำคัญเพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0

nashreolum

ไทยแลนด์ 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ที่เปลียนแปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษที่ 21 ได้ ดังนั้นประเทศไทยจะต้องมีการพัฒนาทางด้านวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ ซึ่งเป็นที่มาของการเกิด Digital Entrepreneur เพราะเป็นการมุ่งเน้นการสร้างธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดเป็นสินค้าและบริการบนพื้นฐานของการสร้างสรรค์นวัตกรรมผสมผสานเข้ากับการทำธุรกิจ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ได้เห็นความสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้กับธุรกิจดิจิทัลในกลุ่มคนรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และพร้อมให้การสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม และทำให้เกิด Digital Entrepreneurship ตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตและประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ โดย DEPA มีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการดิจิทัล ดังนี้ 1.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอมอี และโอทอปใช้แพลตฟอร์ม CMS (Channel Management System) เป็นแพลตฟอร์มที่ทางสำนักงานฯ ได้สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs OTOP รวมถึงวิสาหกิจชุมชนมีความเข้าใจในการพัฒนาศักยภาพในการขายของรวมถึงการเพิ่มช่องทางการค้าขายออนไลน์ โดยสามารถกระจายสินค้าของตนเองไปยัง E Market Place ต่างๆ ได้ภายในคลิกเดียว รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูลของสินค้าก็ทำได้ง่ายขึ้นผ่านระบบ Channel Management System หรือ CMS 2.มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการจดแจ้งลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาสำนักงานได้สร้างความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาให้กับกลุ่มประชาชน กลุ่มผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ที่อยู๋ในกลุ่มอุตสาหกรรม โดยได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่ออบรม สัมมนา ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องรวมถึงความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นทุน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่ยุค Thailand 4.o 3.มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำนักงานสร้างความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่มีการอนุมัติโครงการค้ำประกันผู้ประกอบการในวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ Digital Startup และ กลุ่มผู้ประกอบการ นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ 4.การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญในการส่งเสริม และพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ โดยการขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองความมีตัวตน สร้างความน่าเชื่อถือ อีกทั้งสำนักงานยังสามารถอัพเดทข้อมูลของผู้ประกอบการเพื่อนำมาขยายผล วิเคราะห์ หาแนวทางการส่งเสริมแก่กลุ่มผู้ประกอบการในอนาคตได้อีกด้วย 5.การผลักดันส่งเสริมให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพ ผ่านการสร้างนักคิดนักพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรม และนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการปฏิรูปการดำเนินธุรกิจแบบดั้มเดิม สู่การดำเนินธุรกิจในรูปแบบดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะเป็นหน่วยงานหลักที่จะทำหน้าที่ส่งเสริมให้เศรษฐกิจของไทยให้สามารถปฏิรูปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างครบวงจร โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการดิจิทัลที่สำนักงานได้เข้าให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ จะเป็นหนึ่งในกลไลสำคัญที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศรายได้ปานกลาง และก้าวสู่ “การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนได้ในที่สุด […]

Read More…

เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2018

ttt_robot_playing_chess-Willyam-nashreolumjpg

1. AI Foundation คงปฏิเสธไม่ได้กับความร้อนแรงของ AI ในยามนี้ โดย Gartner ชี้ว่า AI ที่สามารถเรียนรู้, โต้ตอบ และปรับตัวได้โดยนอัตโนมัตินี้จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้แข่งขันกันระหว่างเหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีภายในปี 2020 ในขณะที่การใช้ AI เพื่อช่วยเสริมการตัดสินใจ, การปรับปรุงรูปแบบการทำธุรกิจ และการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้านั้นจะยังคงกลายเป็นประเด็นหลักที่เหล่าองค์กรให้ความสำคัญต่อไปจนถึงปี 2025 ด้วยเหตุนี้ การลงทุนด้าน AI ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร, เครื่องมือ หรือระบบที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นการจัดการข้อมูลนั้นก็จะยังคงเติบโต่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสิ่งที่เหล่าองค์กรจะขาดไปไม่ได้แล้วสำหรับการแข่งขันในอนาคต 2. Intelligent Apps and Analytics Application ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้จะมีการใช้งาน AI หรือ Machine Learning อยู่ภายในแทบทั้งหมด โดยที่บางครั้งผู้ใช้งานอาจไม่รู้ตัวว่า AI นั้นทำงานอยู่ในส่วนใดของระบบก็เป็นได้ ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI นี้ก็จะทำให้รูปแบบของการทำงานและสถานที่ทำงานในอนาคตเปลี่ยนไป โดย AI จะไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะมาช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในอนาคต การแข่งขันในตลาด Software และ Service โดยเฉพาะ ERP นั้นจะกลายเป็นการมุ่งเน้นไปที่เรื่องของ AI เป็นหลักว่า AI จะมาช่วยให้การทำงานหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้อย่างไรแทน 3. Intelligent Things สิ่งของต่างๆ ที่เคยเป็น Internet of Things (IoT) ในปัจจุบันจะวิวัฒนาการกลายไปเป็น Intelligent Things ที่ไม่ได้ทำงานตามคำสั่งของโค้ดที่ตายตัว แต่เปลี่ยนแปลงการทำงานไปตาม AI ที่ใช้และข้อมูลที่ได้เรียนรู้แทน เช่น รถยนต์ไร้คนขับ, หุ่นยนต์, Drone และทำให้ขีดความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ สูงขึ้นอย่างชัดเจน อุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัตินี้จะใช้แรงงานคนน้อยลง และในอีก 5 ปีถัดจากนี้ เราก็จะเห็นระบบที่ยังคงใช้มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่ในฉากหลังนั้นเหล่าผู้ผลิตนั้นต่างจะซุ่มพัฒนาระบบที่ไม่ต้องใช้คนเพื่อเตรียมแข่งขันกัน และประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากเทคโนโลยีอย่าเงช่นกฎหมายก็จะต้องถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับโลกแห่งอนาคตนี้ 4. Digital Twin ทรัพย์สินต่างๆ ในโลกจริงขององค์กรนั้นจะถูกสร้างข้อมูลขึ้นมากลายเป็นทรัพย์สินเสมือนในโลก Digital มากขึ้นเรื่อย เพื่อให้เหล่าองค์กรได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจได้ในแบบ Real-time และทำการตอบโต้ต่อทุกสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที Digital Twin จะช่วยให้การนำ AI มาใช้ผสานและการทำ Simulation มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น การวางแผนในภาพใหญ่นั้นจะสามารถเจาะลึกลงรายละเอียดได้ดีขึ้นในทุกๆ ธุรกิจ และส่งประโยชน์ต่อธุรกิจ องค์กร หรือประเทศชาติได้ในระยะยาว 5. Cloud to the Edge Edge Computing จะกลายเป็นส่วนต่อขยายจากระบบ Cloud อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยการย้ายการประมวลผลไปใกล้แหล่งข้อมูลมากขึ้นก็ทำให้ Latency ต่ำลง, Bandwidth ที่ต้องใช้น้อยลง และการโต้ตอบต่อเหตุการณ์ต่างๆ สามารถทำได้แบบกระจายตัว องค์กรจึงควรเริ่มออกแบบ Infrastructure ให้รองรับต่อสถาปัตยกรรมแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้งาน IoT ในอนาคต Edge Computing จะผสานรวมกับ Cloud อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้นและแบ่งหน้าที่การทำงานกันได้เป็นอย่างดี โดย Cloud นั้นจะรับบทบาทของระบบแบบ Service-oriented Model ที่บริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง และทำหน้าที่เป็นตัวประสานระหว่างระบบต่างๆ ในขณะที่ Edge Computing จะทำงานแบบ Delivery Style ที่ช่วยให้ระบบต่างๆ ซึ่งกระจายตัวอยู่นั้นทำงานได้ตามที่ Cloud สั่งการ […]

Read More…

10 แนวคิดเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในอนาคต (Concept Phone)

10 แนวคิดเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในอนาคต

1.Weather Cell Phone Concept แนวคิดมือถือบอกสภาพดินฟ้าอากาศ ผลงานการออกแบบของ Seunghan Song มีจุดเด่นตรงตัวเครื่องทำจากวัสดุโปร่งใส ขนาดบางเฉียบ  หน้าจอสามารถแสดงผลได้เต็มพื้นที่ตัวเครื่อง ใช้ระบบสัมผัสในการควบคุมการทำงาน  สามารถตรวจวัดสภาพอากาศในปัจจุบันแล้วแสดงผลบนตัวเครื่องได้ อย่างเช่น อากาศปลอดโปร่ง หน้าจอจะใสแจ๋ว หากฝนตกตัวเครื่องก็จะมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่ และถ้ามีหิมะตกหน้าจอก็จะเป็นฝ้าด้วยไอความเย็นของหิมะ และหากต้องการโทรออกหรือเขียนข้อความ เพียงแค่ใช้ปากเป่าลมไปยังหน้าจอ ก็สามารถเขียนตัวอักษรหรือวาดรูปต่างๆ ลงไปได้เลย   2.Mobile script Concept Aleksander Mukomelov ออกแบบแนวคิดโทรศัพท์มือถือร่วมสมัย คล่องตัวในการใช้งาน  ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 9.5 นิ้วที่สามารถดึงเข้า-ออกจากตัวเครื่องด้านข้างได้   3.Projector Cell Phone Concept นักออกแบบ  Stefano Casanova นำเสนอผลงานแนวคิดสมาร์ทโฟนขนาดบางเฉียบ ติดโปรเจคเตอร์หรือเครื่องฉายภาพ ไว้ตรงกลางของตัวเครื่องรอยต่อระหว่างจอแสดงผลที่สามารถหมุนขึ้นได้กับแผงปุ่มกด ผู้ใช้สามารถส่งภาพในโทรศัพท์ออกไปยังฉากหรือผนังเพื่อรับชมภาพในขนาดใหญ่ได้   4.Alarm Clock Cell Phone Concept Carl Hagerling ออกแบบ แนวคิดโทรศัพท์มือถือนาฬิกาปลุก Sony Ericsson รูปทรงคล้ายนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะ มองเห็นเวลาชัดเจนด้วยรูปแบบนาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่  มีเครื่องเล่น Walkman, ติดกล้องถ่ายรูป และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AAA 2 ก้อน   5.Pen Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือรูปทรงปากกา ความสูง 8.7 นิ้ว ปุ่มกดตัวเลข 1-9 เรียงจากหัวปากกาไปด้านบน ถัดไปเป็นจอแสดงผล รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD 6.Edge Cell Phone Concept โทรศัพท์มือถือรูปทรงสไลด์ ที่มีแผงปุ่มกดโปร่งแสง ใช้ระบบสัมผัส  ผลงานการออกแบบของ  Chris Owens     7.Grass Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือต้นหญ้า ของ Je-Hyun Kim เนื่องด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์เทคโนโลยีให้ควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว จึงไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมือถือต้นหญ้าเครื่องนี้ก็จะค่อยๆ ย่อยสลายตัวเองไปตามกาลเวลาภายในระยะเวลา 2 ปี 8.Mechanical Cell Phone Concept Mikhail Stawsky ออกแบบแนวคิดโทรศัพท์มือถือพลังงานจากกลไกการหมุนตัวเครื่อง ด้วยการใช้นิ้วสวมลงไปในรูวงกลมแล้วหมุนโทรศัพท์ไปรอบๆ นิ้วมือ เพียงแค่นี้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็มีพลังงานเพิ่มขึ้นพร้อมด้วยหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสบอกสถานะการชาร์จ   9.Flexible Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือกำไลข้อมือชิ้นนี้ เป็นผลงานการอกแบบของ Shirley A. Roberts ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอ ยึดปลายทั้งสองเข้าหากัน ใช้เป็นกำไลข้อมือ พกพาไปไหนได้สะดวกมากขึ้น   10.Ear Cell Phone Concept Ilshat Garipov ออกแบบโทรศัพท์มือถือ Kambala ตัวเครื่องมีขนาดบางเฉียบ มีลักษณะคล้ายคลิปหนีบ ดึงส่วนยื่นออกมาเกี่ยวกับช่องหู คล้ายหูฟัง วัสดุประกอบตัวเครื่องแต่ละชั้นใช้โพลิเมอร์สอดแทรกด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์จำนวนมากสามารถตรวจจับผิวหน้าสัมผัสกับตัวเครื่องเปลี่ยนสีพื้นผิวโทรศัพท์ให้เหมือนกับบริเวณที่ส่วมใสอยู่ ดูผิวเผินแล้วเหมือนกับโทรศัพท์ล่องหนได้   […]

Read More…

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคตที่ทุกคนรอคอย 10.Jet Pack เทคโนโลยีนี้จะเห็นได้จากภาพยนตร์พวกแฟนตาซี ไซไฟทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ที่นำไปใช้สำหรับผู้คนแต่ละคน ในการเคลื่อนที่ไปในทางอากาศ 9.เครื่องบินบังคับ ตอนนี้เครื่องบินบังคับก็ได้บังเกิดขึ้นแล้วและใช้ไปในทางด้านการสงครามมากกว่า ทำให้พวกเราหลายคนเริ่มกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีชนิดนี้อยู่ว่า มันจะขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรม ที่มันใช้ได้ทั้งสำรวจอาณาเขตและก็สังหารผู้คนได้ในเวลาเดียวกัน 8.หุ่นยนต์แม่บ้าน ในการ์ตูนเราก็คงจะเห็นหุ่นยนต์แม่บ้าน พ่อบ้านที่สร้างความสะดวกสบายให้กับตัวละครมามากแล้ว ตอนนี้หุ่นยนต์แม่บ้านก็เริ่มจะพอมีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ที่นับวันเริ่มมีศักยภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ที่พวกมันอาจทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปเสียอีก ที่มันไม่เคยบ่นคำว่าเหนื่อย ไม่เฉื่อยช้าเหมือนกับมนุษย์ 7.อาหารสังเคราะห์ อาหารสังเคราะห์เป็นอาหารจำลองที่กินแล้วรสชาติเหมือนกับของจริงทุกประการ ซึ่งก็มีให้เห็นแล้วในปี 2008 แต่ทว่าราคานั้นโครตแพงสุดๆ แต่ดูเหมือนว่าก็มีการเดินหน้าการทำอาหารสังเคราะห์นี้ต่อเนื่อง 6.ภาพ 3 มิติ ดูเหมือนว่าภาพ 3 มิติตอนนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นและก็มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะครอบหัวหรือใส่แว่น 3 มิติ ก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่าเราอยู่ในโลกแห่งเกมกับภาพยนตร์ ทั้งเสียงแบบ 3 มิติที่ช่วยเพิ่มความสมจริงมากขึ้นไปอีก จนถึงวันนี้ก็มีแบบ 4 มิติให้เห็นกันแล้ว 5.รถบินได้ ความฝันของมวลมนุษย์เป็นจริงแล้ว เมื่อรถบินได้มีการซื้อจองล่วงหน้าในปี 2012 ที่เหมือนกับเป็นรถแบบเดียวกับการ์ตูนที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไป ทำให้เราสบายใจไม่ต้องเจอกับจราจรติดขัด และก็ประหยัดการเดินทางได้อีกเยอะ และแน่นอนว่ารถบินได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง 4.Wireless Wireless เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้าในการเชื่อมต่อ ซึ่งเราสามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้ในพื้นที่ของมัน และบริษัทตอนนี้ก็เริ่มขยายอุปกรณ์ประเภท Wireless มากขึ้น อีกหน่อยอนาคตเราก็อาจจะไม่ต้องทำการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าอีกต่อไปก็ได้ 3.รถล่องหน รถล่องหนอาจจะมีจริงได้เร็วๆนี้ในปี 2014 ซึ่งบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่ก็มีการสร้างแบบจำลองรถประเภทนี้กันอยู่ แม้ว่าจะรถล่องหนดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นอะไรมากนัก แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของโลกก้าวหน้าเหนือความคาดหมายแล้ว ที่เราอาจจะมองไม่เห็นรถวิ่งแล่นไปมาเลยก็ได้ 2.รถบังคับอัตโนมัติ กล่าวกันว่ารถบังคับอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หากมีจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้ มีการตั้งสัญญาณเตือนภัยอุบัติเหตุต่างๆ จอดรถอัตโนมัติ และก็ควบคุมทิศทางได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะต้องตั้งค่าเซ็นเซอร์ในระดับที่แข็งแกร่งมากถึงจะตอบสนองได้ 1.เทคโนโลยีอ่านใจคน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มวลมนุษย์ตั้งหน้าตั้งตารอคอยแน่ๆ ซึ่งตอนนี้กำลังมีการวิจัยอยู่ โดยจะให้เราใส่หูฟังและเครื่องก็จะทำการอ่านจิตใจในสมองของเราว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ ที่จะทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและคนอื่นๆได้ และดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ซะด้วย […]

Read More…