เทคโนโลยการแพทย์ที่จะมาเขย่าวงการสุขภาพภายในปี 2020

การแพทย์

วงการสุขภาพกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล และเทคโนโลยีที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ถูกคาดหวังว่าจะมี อนาคตที่ยาวไกลในเชิงของการช่วยวินิจฉัยโรค การรักษา การดูแลทั้งผู้ที่ป่วยและไม่ป่วย เทคโนโลยีในอนาคตเหล่านี้มีศักยภาพสูงในการพลิกโฉมวงการการแพทย์และสุขภาพ 1. ปัญญาประดิษฐ์ กับวงการแพทย์ “จะมีอัตราการเติบโต 42% และจะมีมูลค่าสูงถึง 6.6 พันล้านในปี 2021” เป้าหมายของ AI ในวงการสุขภาพ คือการพัฒนาการรักษา และดูแลผู้ป่วยโดยการช่วยแพทย์เวชปฏิบัติในการใช้ความรู้ทางการแพทย์ ซึ่งระบบได้ทำการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนและจดจำข้อมูลไว้แล้ว ทำให้สามารถนำเสนอการรักษาที่ดีเยี่ยมสู่ผู้ป่วยได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพในการบริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยได้แบบ real-time ทันที ที่มีความความต้องการ ทั้งยังเป็นข้อมูลคุณภาพจากแหล่งข้อมูลอิเล็คทรอนิกส์ทางการแพทย์ (EHRs) ด้วย คาดกันว่าตลาดของ AI ที่เกี่ยวเนื่องกับวงการสุขภาพจะได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วทั่วโลกด้วยอัตรา การเติบโตที่สูงถึง 42% ไปจนถึงปี 2021 ประสิทธิภาพการรักษาที่ดีเยี่ยม, ค่าใช้จ่ายที่ลดลง, กำจัดขั้นตอนฟุ่มเฟือยเพื่อให้กระแสงานในโรงพยาบาลหมุนเวียนง่ายขึ้น, และแผนการรักษาแบบผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง คือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ตลาด AI ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการสุขภาพ AI ช่วยพัฒนาการเข้าถึงและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยความช่วยเหลือของระบบประมวลผลภาพดิจิทัล, การจดจำแบบแผน, และการเรียนรู้ของเครื่องจักรบน AI แพลตฟอร์ม 2. ภูมิคุ้มกันบำบัด กำลังเติบโตที่อัตราสูงถึง 139% “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เอื้อประโยชน์ในการรักษาโดยมุ่งเน้นไปที่ความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในการรับมือกับมะเร็ง ทั้งยังมีศักยภาพที่จะพลิกโฉมการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย มันช่วยสร้างมิติใหม่ทั้งในแง่ของการ ยืดอายุผู้ป่วยรายคนให้ยาวนานขึ้นและการช่วยเหลือผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งไฝ ที่ถือเป็นความต้องการสำคัญทางการแพทย์ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบสนองแถมมีทางเลือกในการรักษาที่จำกัด ในแต่ละปีมีการตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งไฝมากกว่า 160,000 รายทั่วโลก และมียอดผู้เสียชีวิตรายปีสูงถึง 40,000 ราย ความหวังของวิธีรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของมันเมื่อถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยในวงกว้าง เมื่ออัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพในเชิงมะเร็งวิทยาเป็นที่ตระหนัก ศักยภาพของมันจะเพิ่มขึ้นแบบ ทวีคูณ ขณะที่ตัวยับยั้งการทำงานที่จุดตรวจจับครองตำแหน่งประเด็นสนทนายอดนิยมในแวดวงการแพทย์ วิธีการรักษาอื่นๆ ที่ดูมีความหวังได้แก่ การปลูกสร้างแบบใหม่ระดับโมเลกุล เช่น การดัดแปลงโมเลกุลรับสัญญาณให้เป็นแบบลูกผสม (CARs), การผสมผสานวิทยาการรักษาด้วยยาเก่าและใหม่, ตลอดจนการ ปรับเกณฑ์การให้ยาและวัคซีน ตลาดของตัวยับยั้งการทำงานที่จุดตรวจจับมีมูลค่า 3 พันล้านเหรียญในปี 2015 และคาดว่าจะแตะ 21.1 พันล้านเหรียญภายในปี 2020 กล่าวได้ว่ามีอัตรการเติบโตสูงถึง 139% 3. การตรวจพิสูจน์ของเหลว : ศักยภาพในการจับตาดูมะเร็งแบบไม่รุกรานร่างกาย การตรวจพิสูจน์ของเหลว (Liquid Biopsy) สามารถสกัดเซลล์มะเร็งออกจากตัวอย่างเลือดธรรมดาๆ ได้ และมีศักยภาพ ที่จะปฏิวัติการรักษาโดยการติดตามดูเซลล์มะเร็งแบบไม่รุกรานร่างกาย ปัจจุบันการตรวจชิ้นเนื้อซ้ำหลายๆ รอบคือสิ่งจำเป็นในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเนื้อร้าย และนับเป็นความท้าทายอย่างมากต่อร่างกาย ของผู้ป่วย การตรวจพิสูจน์ของเหลวสร้างโอกาสที่แสนหอมหวานในการลงทุนให้กับธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับ การวินิจฉัยโรค โดยการมุ่งเน้นไปที่ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ เช่น ดีเอ็นเอและเซลล์มะเร็ง ได้เปิดโลกใหม่ที่ทำให้ การติดตามเฝ้าดูเนื้อร้ายกลายเป็นเรื่องที่ไม่รุนแรงกับร่างกายอีกต่อไป คาดกันว่าภายในเวลาประมาณ 2 ปี การตรวจพิสูจน์ของเหลวจะกลายมาเป็นส่วนเสริมที่สำคัญให้กับการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ เทคโนโลยีนี้ได้รับ การพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพกว่ามาก และสามารถตรวจจับอาการทรุดของโรคได้ก่อนการทำซีทีสแกน เสียอีก หัวใจของมันคือการที่แพทย์สามารถตรวจมะเร็งได้โดยไม่ต้อง “เข้าถึงตัวมะเร็ง” ซึ่งตรงนี้เองคือ จุดสำคัญที่ต่างจากการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อ 4. ยีนดัดแปลง CRISPR/Cas9 : วิธีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบเดิมๆ จะต้องหยุดชะงัก CRISPR/Cas9 คือเทคนิคการตัดต่อยีนซึ่งสามารถแก้ไขความบกพร่องต่างๆ ได้อย่างแม่นยำตรงจุดใน ระดับดีเอ็นเอ แถมยังวางใจได้และมีประสิทธิภาพในเชิงราคาด้วย ในระยะเวลาสั้นๆ มันได้เข้ามากุม ความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการวิจัยและพัฒนาวิทยาการ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวเนื่อง กับวิทยาศาสตร์ชีวภาพในส่วนตลาดที่สำคัญทั่วโลก เทคนิคนี้ถูกปล่อยออกมาในวงการวิจัยครั้งแรกในปี 2014 และหลายองค์กรต่างแห่กันนำมันมาใช้เพื่อผลิตเครื่องมือวิจัยและพัฒนาการรักษาโรค Sangamo Biosciences คือบริษัทที่นำหนึ่งในเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้สร้างผลงานมากที่สุด อย่างเช่นการใช้นิวเคลียส วิศวกรรม Zinc Finger Nucleases เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาโรคที่ถึงขั้นนำมาใช้กับมนุษย์ได้ ส่วนบริษัทอื่นๆ อย่างเช่น startup น้องใหม่ CRISPR Therapeutics และ Editas Medicine โฟกัสไปที่ CRISPR และได้รับเงินระดมทุนหลายล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การดัดแปลงยีนเพื่อนำมาใช้รักษาโรคในมนุษย์จะแย่งไฟบนเวทีไปครองได้สำเร็จแต่ในวงการอื่นๆ อันได้แก่ เกษตรกรรมและสารเคมีพิเศษ ซึ่งเทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลกว่าผลวิจัยที่มีอยู่ในท้องตลาดแล้ว การตัดแต่งยีนมอบโอกาสให้พวกเขาสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ ปรับคุณสมบัติที่สำคัญของพืชไร่และสัตว์ เพิ่มผลผลิตและคุณค่าเชิงสารอาหารของพืช สร้างพันธุ์พืชไร่ที่ทนต่อโรค แมลงศัตรูพืช หรือความสุดขั้วของสภาพอากาศ เพิ่มความทนทานของสายพันธุ์สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ให้สามารถทนต่อโรค และมีคุณสมบัติด้านสารอาหารที่ดีขึ้น บทวิเคราะห์จากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติมีการกล่าวถึง CRISPR/Cas9 ตั้งแต่ปี 2013 มาจนถึงปี 2015 ว่าเทคโนโลยีการตัดต่อยีนดังกล่าวนี้มีอัตราการเติบโต อย่างมหาศาล ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2014 มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 เท่า และจากปี 2014 ถึง 2015 มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 3 เท่า ผู้ใช้สุดท้ายที่นำ CRISPR/Cas9 มาใช้ไม่ได้มีเพียงแค่นักวิจัย สายวิชาการเท่านั้นเนื่องจากมันส่งผลสำคัญต่อวิทยาการรักษาโรคด้วย เทคโนโลยีนี้เอาชนะความท้าทาย หลายอย่างโดยใช้ RNAi, TALENs และ ZFN เป็นเครื่องมือตัดต่อจีโนม และดูมีความเป็นไปได้มากที่ มูลค่าของมันในตลาดจะไต่ขึ้นสูงถึงหลายร้อยล้านเหรียญภายในไม่กี่ปีข้างหน้า 5. เทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ : ตัวพลิกเกมแห่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและอวัยวะ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติมีศักยภาพมากในวงการสุขภาพเพราะคุณสมบัติที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับ ตัวบุคคลได้ของมัน การพิมพ์ 3 มิติที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับบุคคลได้จะช่วยลดเวลาในการผ่าตัดและ ค่าใช้จ่ายในการรักษาลงอย่างฮวบฮาบ ในปัจจุบันเทคนิคการพิมพ์ 3 มิติถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางที่สุด ในการพิมพ์โครงเลี้ยงเซลล์, กระดูกเทียม (สำหรับการผ่าตัดใส่กระดูกเทียม), และเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างเช่น ฟันปลอม หรือเครื่องช่วยฟัง ส่วนตัวพลิกเกมในวงการการพิมพ์ 3 มิติในอนาคตน่าจะเป็นการ พิมพ์เนื้อเยื่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ตับ หัวใจ หู มือ ตา หรือการสร้างหน่วยเนื้อเยื่อที่เล็กที่สุดที่สามารถ […]

Read More…

8 เทรนด์เทคโนโลยี เปลี่ยนยุคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่

เทคโนโลยี

วิถีชีวิตของเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความก้าวหน้า รวดเร็ว และเที่ยงตรง ทำให้เทคโลยีที่มีหลากหลายเริ่มเป็นที่น่าจับตามมองที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจในอนาคต วิถีชีวิตของเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความก้าวหน้า รวดเร็ว และเที่ยงตรง ทำให้เทคโลยีที่มีหลากหลายเริ่มเป็นที่น่าจับตามมองที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจในอนาคต ผลการสำรวจผลจาก Tech Breakthroughs Megatrend ซึ่งทำการสำรวจรูปแบบเทคโนโลยีกว่า 150 แบบทั่วโลกจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในการพลิกโลกเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคตอีก 3-7 ปีข้างหน้า อันดับ 1 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) Ai เรียกง่ายๆก็คือคอมพิวเตอร์ที่สามารถคิดและวิเคราะห์สิ่งต่างๆด้วยเหตุและผล จนสามารถตอบโต้การสนทนาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นยังสามารถเรียนรู้และจดจำสิ่งที่ผ่านมาเป็นบทเรียนได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบเพราะการนำไปใช้งานของแต่ละองค์กรนั้นแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าการบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงบางส่วนของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น แต่ในอนาคต ความก้าวหน้าและผลสำเร็จของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ตถูกนำมาใช้ประโยชน์มากกว่าในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ทุกเรื่องจากการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งมนุษย์ไม่มีวันทำได้ แต่ถึงกระนั้นความกังวลใจเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์เองได้อย่างอิสระของปัญญาประดิษฐ์ก็ถูกมองว่าอาจจะเป็นภัยต่อมนุษย์ เพราะกรอบจริยธรรม ความคิด หรือแม้กระทั่งการตอบสนองจะต้องถูกควบคุมอย่างดี เพื่อให้ปลอดภัยกับมนุษย์มากที่สุด ก่อนที่จะเริ่มการปฏิวัติวงการด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง อันดับ 2 โลกกึ่งเสมือนจริง (Augmented Reality หรือ AR) AR เทคโนโลยีโลกกึ่งเสมือนจริง ด้วยรูปแบบการผสมผสานเทคโนโลยีการมองเห็นกับโลกของความเป็นจริงมาเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการซ้อนเทคโนโลยีเข้ากับการมองของมนุษย์ปกติ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ของการเรียกใช้เทคโนโลยีและจัดการระบบได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยปัจจุบันแม้ว่าจะยังเป็นแค่การทำงานอย่างง่าย ๆ เช่น การออกกำลังกายในลู่วิ่ง เมื่อสวมแว่น VR เข้าไปจะทำให้การวิ่งนั้นมองเห็นวิวทิวทัศน์ในสถานที่ที่เราต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะเป็นการสวมใส่ VR ในการจัดของเพื่อตรวจนับสต๊อกสินค้าไปในตัว เป็นต้น ซึ่งอีกไม่นานเราจะเห็นการนำ AR ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งด้านความบันเทิงและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างแพร่หลายในอนาคต อันดับ 3 บล็อกเชน (Blockchain) บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีการร้อยต่อข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด โดยข้อมูลทุกบล็อกจะเป็นเหมือนสำเนาของตัวเอง เมื่อเกิดการแก้ไขจะทำให้ทุกบล็อกรับรู้การแก้ไขนั้น ๆ และมีประวัติเก็บไว้อย่างซับซ้อน โดยเนื้อแท้ของเทคโนโลยีจึงมีความปลอดภัยจากโครงสร้างที่เกิดขึ้น ซึ่งความสามารถของบล็อกเชนเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อถูกนำมาใช้งานในรูปของ Bitcoin หรือเงินเสมือนจริงที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ด้วยรูปแบบการบันทึกทุกกล่องเป็นสำเนาข้อมูลเหมือนกันหมด ทำให้บล็อกเชนมีความปลอดภัยมากกว่าการบันทึกด้วยมนุษย์หรือเครื่องมือบันทึกใด ๆ ที่มีอยู่เดิม และนั่นก็ทำให้บล็อกเชนได้รับความสนใจกับกลุ่มธุรกิจการเงินเช่นธนาคารเป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่าบล็อกเชนจะเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่มีความปลอดภัยและรวดเร็วมากกว่าเทคโนโลยีการเงินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อันดับ 4 โดรน (Drones) โดรนเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการบินที่ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถของการบินหลายระยะด้วยระบบอัตโนมัติ ทำให้โดรนเข้ามาแทนที่ในการบินหลากหลายระบบทั้งเล็กและใหญ่ เช่น จากเดิมที่ใช้เครื่องบินใส่ปุ๋ยและยาพืชไร่ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องโดรนที่บรรทุกปุ๋ยและยาบินเข้าพื้นที่แบบอัตโนมัติตามการวางโปรแกรมการบินเพื่อจัดการพื้นที่ได้อย่างไม่หลงลืม ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้โดรนในหลายรูปแบบ ทั้งทางการทหาร การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการขนส่ง ทำให้โดรนกลายเป็นเครื่องมือขนส่งที่ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางอากาศระยะไกลได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนส่งคนหรือสิ่งของก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์ แต่กระนั้นก็เริ่มมีการทดลองอย่างจริงจังในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซที่กลายมาเป็นระบบค้าขายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน อันดับ 5 อินเทอร์เน็ตเพื่อทุกสิ่ง (Internet of Things หรือ IoT) เทคโนโลยี IoT เป็นสิ่งที่หลายคนพูดถึงกันมากที่สุด เพราะสามารถแทรกตัวเข้าไปได้แทบทุกอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีของการสื่อสารอุปกรณ์เท่านั้น โดยคาดหวังกันว่า IoT จะช่วยลดเวลาการจัดการทั้งหมดของมนุษย์ รวมไปถึงการดูแลความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ IoT ยังเป็นอุปกรณ์ที่จะเก็บข้อมูล รายงานสิ่งที่จำเป็นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการตรวจสอบในระบบสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าการแทรกตัวเข้าไปของทุกอุตสาหกรรมยังมีต้นทุนที่ราคาไม่แพงเกินไป ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ฝังเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ แต่หัวใจของการประมวลผลและคิดวิเคราะห์ยังคงใช้งานจากส่วนกลางเพื่อสนองตอบพฤติกรรมนั่นเอง อันดับ 6 หุ่นยนต์ (Robots) หุ่นยนต์เป็นเป้าหมายใหม่ของการทดแทนแรงงานในอนาคต เนื่องจากงานบางชนิดเป็นการใช้แรงงานที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ จนเกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ด้วยค่าแรงที่ต่ำหรือปัญหาของพื้นที่ก็ตามแต่ ซึ่งในโลกอุตสาหกรรมหุ่นยนต์แขนกลที่ทำหน้าที่แทนหนุ่มสาวโรงงาน ทั้งการยกของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งหรือทำงานซ้ำ ๆ แบบเดิมตามไลน์การผลิต มักใช้หุ่นยนต์แขนกลที่มีเพียงจังหวะหมุนของการผลิตเท่านั้น และนอกจากอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว หุ่นยนต์ยังสามารถเข้าไปแทนที่การทำงานในแง่มุมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ่นยนต์ดับเพลิง กู้ภัย หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์ให้บริการ ทำให้ในอนาคต หุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์มากขึ้น อันดับที่ 7 โลกเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) VR เป็นเทคโนโลยีที่อาจจะดูใกล้เคียงกับ AR หากมองแบบผิวเผิน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะวิธีการใช้หรือรูปแบบที่นำไปใช้ก็ตาม นั่นเพราะ VR เป็นสิ่งที่อยู่ในโลกเสมือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ร่างกายเพียงตอบสนองกับสิ่งที่เห็นเพื่อฝึกฝนหรือเพื่อความบันเทิง โดยที่ไม่มีการซ้อนกันของโลกความเป็นจริงแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น การทำเครื่อง VR เพื่อฝึกบินเครื่องบินตามรุ่นต่าง ๆ ช่วยลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการฝึกบินบางส่วน หรืออีกตัวอย่างเป็นการฝึกผ่าตัดของแพทย์เพื่อความเชี่ยวชาญ แน่นอนว่าเครื่องเหล่านี้สร้างระบบครอบการรับรู้ของมนุษย์ทั้งหมดไว้เพื่อสร้างโลกเสมือนที่อาจจะใกล้เคียงหรือไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เป็นอยู่ก็เป็นได้ อันดับที่ 8 ระบบพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ อาจจะฟังดูเป็นเครื่องพรินเตอร์ที่วุ่นวายกับเรื่องหมึกไปสักหน่อย แต่แท้จริงแล้วเครื่องนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป เนื่องจากฟีเจอร์การทำงานเป็นเหมือนการแกะสลักด้วยแบบดิจิทัลที่สั่งงานโดยคอมพิวเตอร์ ค่อย ๆ แกะเนื้อวัสดุออกตามที่ต้องการไปทีละขั้นทีละตอน เหมือนการขึ้นรูปวัสดุ และนั่นก็ทำให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นที่หมายปองของนักออกแบบ เพราะเพียงเวลาไม่นาน แบบที่ร่างไว้ในคอมพิวเตอร์ก็จะถูกพรินต์ออกมาเป็นโมเดล 3 มิติที่จับต้องได้ทุกประการ ด้วยจุดเด่นของการทำงานที่ไม่จำกัดจำนวน และรวดเร็วเช่นที่พรินเตอร์จะพิมพ์ออกมาได้ ทำให้เครื่องพิมพ์เช่นนี้หลุดเข้าไปในหลากหลายอุตสาหกรรม แน่นอนว่าในวงการแพทย์ที่มีการออกแบบอวัยวะเทียมเพื่อทดแทนอวัยวะสำคัญที่ขาดหายไป การออกแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้วฉีดเซลล์เข้าไปเพื่อลดอาการต่อต้านก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทั้ง 8 นี้ต่างมีบทบาทของการพัฒนาและคุณประโยชน์ที่สามารถพลิกการใช้งานเครื่องมือในปัจจุบันของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่จะต่อยอดในอนาคตจะมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และท้ายที่สุด คนธรรมดาก็สามารถเอื้อมถึงได้นั่นเอง […]

Read More…

เทคโนโลยีจากโลกของภาพยนตร์

เทคโนโลยีจากโลกของภาพยนตร์

เทคโนโลยีจากโลกของภาพยนตร์ ที่เราอยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆ! ขอบคุณภาพจาก : marvel-movies.wikia.com J.A.R.V.I.S (Marvel Cinematic Universe) : มันคือระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยของ โทนี่ สตาร์ค อย่างซื่อสัตย์ ด้วยความสามารถที่ราวกับเป็นผู้ช่วยชั้นดีของคุณ นั่นหมายถึงคุณย่อมเบาแรงในการทำงานขึ้นมาก  ขอบคุณภาพจาก : matrix.wikia.com Headjack (The Matrix Franchise) : มันคือหัวแจ็คเสียบตรงท้ายทอยของมนุษย์เพื่อเชื่อมต่อไปยังโลกจำลองของ Matrix ที่ทุกอย่างคล้ายคลึงกับโลกปัจจุบันของเราไม่มีผิด  ขอบคุณภาพจาก : starwars.wikia.com Lightsabers (Star Wars Franchise) : ไลท์เซเบอร์คือดาบเลเซอร์ของเหล่าอัศวินเจไดและซิธ ในมหากาพย์ภาพยนตร์สงครามจักรวาล ด้วยประสิทธิภาพของมันทำให้เราเชื่อว่ามันจะเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพ ในโลกปัจจุบันได้อย่างแน่นอน  ขอบคุณภาพจาก : trekmovie.com Transporter (Star Trek Franchise) : มันคือเทคโนโลยีระดับสูงที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายผู้คนไปยังจุด ที่ต้องการได้ดังใจ หากมันเกิดขึ้นจริงในโลกของเราคงนับได้ว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของมนุษยชาติกันเลยทีเดียว  ขอบคุณภาพจาก : io9.gizmodo.com เชิญรับชม Hoverboard (Back to Future Franchise) : ดูผิวเผินมันเหมือนสเก็ตบอร์ดทั่วไป แต่ที่จริงแล้วมันคือ สเก็ตบอร์ดไฮเท็คที่สามารถลอยเหนือพื้นดินได้ คงจะสะดวกไม่น้อยหากมันมีจริงในโลกของเรา รถติดเรอะ..ลืมไปได้เลย!!  ขอบคุณภาพจาก : cinemablography.org Time Travel Pods (Looper 2012) : มันคือ Pod สำหรับการข้ามเวลาไปยังอดีตหรืออนาคตได้อย่าง ที่ใจต้องการ นี่คือเทคโนโลยีที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันอยากให้มันเกิดขึ้นจริง เพื่อที่เราจะสามารถย้อนกลับไปใน อดีตหรือเดินทางไปดูอนาคตล่วงหน้าได้  ขอบคุณภาพจาก : livescience.com Power Exoskeleton (Elysium 2013) : ถึงแม้ว่ามันอาจดูไม่ยอดเยี่ยมเท่า Iron Suit ของ โทนี่ สตาร์ค แต่ในความเป็นจริงแล้วเกราะชนิดนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นจริง มันคือชุดเกราะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และว่องไวให้ผู้สวมใส่  ขอบคุณภาพจาก : inception.wikia.com Shared Dreaming (Inception 2010) : มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยบันทึกและแชร์ความฝันจากอีกคน สู่อีกคน โดยมันถูกจำลองไว้ราวกับโลกเสมือนจริงทุกแทบทุกอย่างจนแยกไม่ออกว่าไหนคือความจริงหรือความฝัน  ขอบคุณภาพจาก : twitter.com Neutralyzer (Men In Black Franchise) : มันคืออุปกรณ์สำหรับบุรุษชุดดำผู้ทำหน้าที่ปราบปราม และจับกุมเหล่าเอเลี่ยนนอกคอกในโลกมนุษย์ สรรพคุณของมันคือช่วยลบความทรงจำที่เราไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้ นับว่าเยี่ยมมาก!  ขอบคุณภาพจาก : avp.wikia.com Pauling MedPod 720i (Prometheus 2012) : คงจะดีไม่น้อยหาเวลาเราเจ็บป่วยไม่ต้องไปหาหมอ นี่คือ Pod การแพทย์ที่ครบเครื่องและแม่นยำยิ่งกว่าหมอคนไหน ๆ ในโลก เรียกได้ว่าถ้าเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจริง มันคงเป็นประโยชน์แก่มนุษย์อย่างมหาศาล […]

Read More…

10 แนวคิดเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในอนาคต (Concept Phone)

10 แนวคิดเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในอนาคต

1.Weather Cell Phone Concept แนวคิดมือถือบอกสภาพดินฟ้าอากาศ ผลงานการออกแบบของ Seunghan Song มีจุดเด่นตรงตัวเครื่องทำจากวัสดุโปร่งใส ขนาดบางเฉียบ  หน้าจอสามารถแสดงผลได้เต็มพื้นที่ตัวเครื่อง ใช้ระบบสัมผัสในการควบคุมการทำงาน  สามารถตรวจวัดสภาพอากาศในปัจจุบันแล้วแสดงผลบนตัวเครื่องได้ อย่างเช่น อากาศปลอดโปร่ง หน้าจอจะใสแจ๋ว หากฝนตกตัวเครื่องก็จะมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่ และถ้ามีหิมะตกหน้าจอก็จะเป็นฝ้าด้วยไอความเย็นของหิมะ และหากต้องการโทรออกหรือเขียนข้อความ เพียงแค่ใช้ปากเป่าลมไปยังหน้าจอ ก็สามารถเขียนตัวอักษรหรือวาดรูปต่างๆ ลงไปได้เลย   2.Mobile script Concept Aleksander Mukomelov ออกแบบแนวคิดโทรศัพท์มือถือร่วมสมัย คล่องตัวในการใช้งาน  ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 9.5 นิ้วที่สามารถดึงเข้า-ออกจากตัวเครื่องด้านข้างได้   3.Projector Cell Phone Concept นักออกแบบ  Stefano Casanova นำเสนอผลงานแนวคิดสมาร์ทโฟนขนาดบางเฉียบ ติดโปรเจคเตอร์หรือเครื่องฉายภาพ ไว้ตรงกลางของตัวเครื่องรอยต่อระหว่างจอแสดงผลที่สามารถหมุนขึ้นได้กับแผงปุ่มกด ผู้ใช้สามารถส่งภาพในโทรศัพท์ออกไปยังฉากหรือผนังเพื่อรับชมภาพในขนาดใหญ่ได้   4.Alarm Clock Cell Phone Concept Carl Hagerling ออกแบบ แนวคิดโทรศัพท์มือถือนาฬิกาปลุก Sony Ericsson รูปทรงคล้ายนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะ มองเห็นเวลาชัดเจนด้วยรูปแบบนาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่  มีเครื่องเล่น Walkman, ติดกล้องถ่ายรูป และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AAA 2 ก้อน   5.Pen Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือรูปทรงปากกา ความสูง 8.7 นิ้ว ปุ่มกดตัวเลข 1-9 เรียงจากหัวปากกาไปด้านบน ถัดไปเป็นจอแสดงผล รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD 6.Edge Cell Phone Concept โทรศัพท์มือถือรูปทรงสไลด์ ที่มีแผงปุ่มกดโปร่งแสง ใช้ระบบสัมผัส  ผลงานการออกแบบของ  Chris Owens     7.Grass Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือต้นหญ้า ของ Je-Hyun Kim เนื่องด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์เทคโนโลยีให้ควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว จึงไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมือถือต้นหญ้าเครื่องนี้ก็จะค่อยๆ ย่อยสลายตัวเองไปตามกาลเวลาภายในระยะเวลา 2 ปี 8.Mechanical Cell Phone Concept Mikhail Stawsky ออกแบบแนวคิดโทรศัพท์มือถือพลังงานจากกลไกการหมุนตัวเครื่อง ด้วยการใช้นิ้วสวมลงไปในรูวงกลมแล้วหมุนโทรศัพท์ไปรอบๆ นิ้วมือ เพียงแค่นี้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ก็มีพลังงานเพิ่มขึ้นพร้อมด้วยหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสบอกสถานะการชาร์จ   9.Flexible Cell Phone Concept แนวคิดโทรศัพท์มือถือกำไลข้อมือชิ้นนี้ เป็นผลงานการอกแบบของ Shirley A. Roberts ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอ ยึดปลายทั้งสองเข้าหากัน ใช้เป็นกำไลข้อมือ พกพาไปไหนได้สะดวกมากขึ้น   10.Ear Cell Phone Concept Ilshat Garipov ออกแบบโทรศัพท์มือถือ Kambala ตัวเครื่องมีขนาดบางเฉียบ มีลักษณะคล้ายคลิปหนีบ ดึงส่วนยื่นออกมาเกี่ยวกับช่องหู คล้ายหูฟัง วัสดุประกอบตัวเครื่องแต่ละชั้นใช้โพลิเมอร์สอดแทรกด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์จำนวนมากสามารถตรวจจับผิวหน้าสัมผัสกับตัวเครื่องเปลี่ยนสีพื้นผิวโทรศัพท์ให้เหมือนกับบริเวณที่ส่วมใสอยู่ ดูผิวเผินแล้วเหมือนกับโทรศัพท์ล่องหนได้   […]

Read More…

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคต

10 อันดับเทคโนโลยีในอนาคตที่ทุกคนรอคอย 10.Jet Pack เทคโนโลยีนี้จะเห็นได้จากภาพยนตร์พวกแฟนตาซี ไซไฟทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ที่นำไปใช้สำหรับผู้คนแต่ละคน ในการเคลื่อนที่ไปในทางอากาศ 9.เครื่องบินบังคับ ตอนนี้เครื่องบินบังคับก็ได้บังเกิดขึ้นแล้วและใช้ไปในทางด้านการสงครามมากกว่า ทำให้พวกเราหลายคนเริ่มกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีชนิดนี้อยู่ว่า มันจะขัดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรม ที่มันใช้ได้ทั้งสำรวจอาณาเขตและก็สังหารผู้คนได้ในเวลาเดียวกัน 8.หุ่นยนต์แม่บ้าน ในการ์ตูนเราก็คงจะเห็นหุ่นยนต์แม่บ้าน พ่อบ้านที่สร้างความสะดวกสบายให้กับตัวละครมามากแล้ว ตอนนี้หุ่นยนต์แม่บ้านก็เริ่มจะพอมีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ที่นับวันเริ่มมีศักยภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ที่พวกมันอาจทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปเสียอีก ที่มันไม่เคยบ่นคำว่าเหนื่อย ไม่เฉื่อยช้าเหมือนกับมนุษย์ 7.อาหารสังเคราะห์ อาหารสังเคราะห์เป็นอาหารจำลองที่กินแล้วรสชาติเหมือนกับของจริงทุกประการ ซึ่งก็มีให้เห็นแล้วในปี 2008 แต่ทว่าราคานั้นโครตแพงสุดๆ แต่ดูเหมือนว่าก็มีการเดินหน้าการทำอาหารสังเคราะห์นี้ต่อเนื่อง 6.ภาพ 3 มิติ ดูเหมือนว่าภาพ 3 มิติตอนนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นและก็มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะครอบหัวหรือใส่แว่น 3 มิติ ก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่าเราอยู่ในโลกแห่งเกมกับภาพยนตร์ ทั้งเสียงแบบ 3 มิติที่ช่วยเพิ่มความสมจริงมากขึ้นไปอีก จนถึงวันนี้ก็มีแบบ 4 มิติให้เห็นกันแล้ว 5.รถบินได้ ความฝันของมวลมนุษย์เป็นจริงแล้ว เมื่อรถบินได้มีการซื้อจองล่วงหน้าในปี 2012 ที่เหมือนกับเป็นรถแบบเดียวกับการ์ตูนที่เราเห็นอยู่ทั่วๆไป ทำให้เราสบายใจไม่ต้องเจอกับจราจรติดขัด และก็ประหยัดการเดินทางได้อีกเยอะ และแน่นอนว่ารถบินได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง 4.Wireless Wireless เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้สายไฟฟ้าในการเชื่อมต่อ ซึ่งเราสามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้ในพื้นที่ของมัน และบริษัทตอนนี้ก็เริ่มขยายอุปกรณ์ประเภท Wireless มากขึ้น อีกหน่อยอนาคตเราก็อาจจะไม่ต้องทำการเชื่อมต่อสายไฟฟ้าอีกต่อไปก็ได้ 3.รถล่องหน รถล่องหนอาจจะมีจริงได้เร็วๆนี้ในปี 2014 ซึ่งบริษัทผลิตรถส่วนใหญ่ก็มีการสร้างแบบจำลองรถประเภทนี้กันอยู่ แม้ว่าจะรถล่องหนดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นอะไรมากนัก แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของโลกก้าวหน้าเหนือความคาดหมายแล้ว ที่เราอาจจะมองไม่เห็นรถวิ่งแล่นไปมาเลยก็ได้ 2.รถบังคับอัตโนมัติ กล่าวกันว่ารถบังคับอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หากมีจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้ มีการตั้งสัญญาณเตือนภัยอุบัติเหตุต่างๆ จอดรถอัตโนมัติ และก็ควบคุมทิศทางได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะต้องตั้งค่าเซ็นเซอร์ในระดับที่แข็งแกร่งมากถึงจะตอบสนองได้ 1.เทคโนโลยีอ่านใจคน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มวลมนุษย์ตั้งหน้าตั้งตารอคอยแน่ๆ ซึ่งตอนนี้กำลังมีการวิจัยอยู่ โดยจะให้เราใส่หูฟังและเครื่องก็จะทำการอ่านจิตใจในสมองของเราว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ ที่จะทำให้เราเข้าใจทั้งตัวเองและคนอื่นๆได้ และดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ซะด้วย […]

Read More…