นิสสันจัดแสดงสุดยอดรถไฟฟ้า สามรุ่นในงานออโต้ ไชน่า 2018

รถยนต์รุ่นใหม่ของนิสสัน จะถูกจัดแสดงพร้อมกับ นิสสัน ลีฟ และนิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า นิสสันจัดแสดงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในงาน ออโต้ ไชน่า 2018 เผยให้ถึงความพร้อม และศักยภาพของนิสสันท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นเพื่อก้าวสู่อนาคตที่น่าตื่นเต้น และกำลังเติบโตในประเทศจีนใจกลางบูธของนิสสันพร้อมที่จะเผยโฉมรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ณ งานออโต้ ไชน่า 2018 เคียงข้างด้วยนิสสัน ลีฟ ใหม่ และนิสสันไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร รถยนต์พลังงานไฟฟ้าต้นแบบครอสโอเวอร์ รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้พร้อมตอบสนองความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นในประเทศจีน และแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แผนระยะกลางของบริษัท หรือ    นิสสัน M.O.V.E to2022 รวมถึงแผน TRIPLE ONE ของบริษัทตงเฟิง มอเตอร์ จำกัด นอกจากนั้นแล้วนิสสันยังจัดแสดงเทคโนโลยี e-POWER อีกด้วย นิสสัน ลีฟ ใหม่ ซึ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2017 ได้รับรางวัล รถยนต์สีเขียวระดับโลกปี 2018 (2018 World Green Car) จากงานนิวยอร์ค อินเตอร์แนชันแนล ออโต้ โชว์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลีฟ ใหม่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) หรือการขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน วิสัยทัศน์ที่ นิสสันมุ่งมั่นพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อน การขับขี่ และการใช้บูรณาการอย่างกลมกลืนกับสังคม ด้วยยอดขายกว่า 300,000 คันทั่วโลกตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ทำให้ นิสสัน ลีฟ  เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ร้านอาหาร4ภาค นิสสันเปิดตัวนิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร ครั้งแรกในประเทศจีนต่อจากงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร คือรถยนต์ต้นแบบครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าผสานการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อนคู่ใจที่พร้อมมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเร้าใจในการขับขี่มากกว่ารถยนต์คันใด ไอเอ็มเอ็กซ์ คุโร นำเทคโนโลยีการขับขี่ B2V หรือ Brain-to-Vehicle มาใช้ในรถยนต์เป็นครั้งแรกของโลก เทคโนโลยี B2V จะแปลสัญญาณจากคลื่นสมองของผู้ขับขี่เพื่อสนับสนุนระบบขับขี่อัตโนมัติให้สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับจากควบคุมรถด้วยตนเองอีกด้วย นอกจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ แล้ว นิสสันพร้อมเปิดตัว นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์ รุ่นแรกที่พัฒนาโดยฝ่ายโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) ภายใต้ Nissan M.O.V.E to 2022 และ TRIPLE ONE ด้วยเอกลักษณ์ในการออกแบบเพื่อลุยไปทุกที่ เอสยูวีแบบตัวถังบนแชสซีส์ จะเริ่มทำตลาดในประเทศจีนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการขับขี่เพื่อค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ นิสสันเตรียมจัดงานแถลงข่าวในเช้าวันพุธที่ 25 เมษายน ณ นิสสันบูธ ฮอลล์ W2 ศูนย์จัดแสดงสินค้านานาชาติประเทศจีน […]

Read More…

5 เทคโนโลยีใน อีก 5 ปีข้างหน้า

เทคโนโลยีในอนาคต

หลายคนจินตนาการถึงโลกในอนาคตแตกต่างกันไป และหลายจินตนาการก็กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยนักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลก จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถพลิกรูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมได้ และในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็น 5 เทคโนโลยีใหม่ เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ทั่วโลกแน่นอน จากการคาดการณ์โดยไอบีเอ็ม 1. โมเดลคณิตศาสตร์ ช่วยโลกรับมือโรคระบาด ในแต่ละปีมีประชากรราว 60 ล้านคน ย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ และในปี 52 มีการประเมินพบว่าประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากกว่าชนบท ส่งผลให้เมืองใหญ่กลายเป็นแหล่งเพาะและแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย ฉะนั้นจะต้องมีระบบป้องกันและการสื่อสารด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับชาวเมือง ในอนาคตอันใกล้นี้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์จะมีบทบาทในด้านสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น ในการหาแนวโน้มรูปแบบการระบาดของโรคว่าจะเกิดการระบาดขึ้นบริเวณไหน เวลาใดบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและเตรียมการรับมือเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด และการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งมี “อินเทอร์เน็ตเพื่อสุขภาพ” ที่จะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์ระหว่างชุมชน โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเวชภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึง เกิดเป็นระบบสาธารณสุขที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพ สามารถคาดการณ์รูปแบบการระบาดของโรค ศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำในอนาคต 2. รถพลังไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้รถยนต์ไฮบริดซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมาก จะมีราคาถูกลงอย่างแน่นอน และจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ สำหรับรถยนต์ไฮบริดในปัจจุบัน ใช้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียมไอออน ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่นักวิทยาศาสตร์ก็กำลังมุ่งมั่นพัฒนาแบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทางที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสามารถทำให้รถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมแอร์ (Lithium Air) ซึ่งสามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้มากกว่าลิเธียมไอออนถึง 10 เท่า ทั้งยังมีน้ำหนักเบา ปลอดภัยกว่า และราคาถูกกว่า และในอนาคตรถยนต์ที่เรานั่งอาจไม่ต้องแวะเติมน้ำมันตามปั๊มอีกต่อไป เพราะเพียงชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่จากที่บ้าน ก็ขับรถไปเที่ยวที่ไหนๆ ได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า พลังงานทดแทนอื่นๆ ก็จะถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยเช่นกัน อาทิ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่รองรับระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าก็จะได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำและแพร่หลายมากขึ้นด้วย 3. อาคารอัจฉริยะ ตอบสนองทุกความต้องการของชีวิตคนเมือง ตึกสูงระฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองใหญ่ และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ขณะที่ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มใช้ชีวิตอยู่ในอาคารสูงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงาน หรือเป็นที่พักอาศัย และในแต่ละปีอาคารเหล่านี้ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมารวมแล้วมากกว่ารถยนต์บนท้องถนนเสียอีก ในอนาคตอันใกล้นี้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอาคาร เพื่อเชื่อมโยงระบบต่างๆ ภายในอาคาร ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา อุณหภูมิ โทรคมนาคม และระบบรักษาความปลอดภัย โดยจะเชื่อมโยงกันและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และปลอดภัยยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหรือผู้เข้าพักได้ราวกับมีชีวิต และด้วยระบบอัจฉริยะภายในอาคาร จะมีการเตือนล่วงหน้าด้วยว่าระบบหรืออุปกรณ์ชิ้นไหนควรได้รับการซ่อมบำรุงก่อนที่จะเกิดการชำรุดเสียหาย และยังตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที 4. เทคโนโลยีอัจฉริยะ ช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในเมือง ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมในเมืองให้น้อยลงได้ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมจากสถิติและแนวโน้มเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหน เวลาใด เสี่ยงเกิดเหตุร้าย และช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจตราความสงบเรียบร้อย และป้องกันการก่ออาชญากรรมหรือรับมือกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันและรับมือกับปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและมีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น เช่น ระบบดับเพลิงอัจฉริยะ ช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงจากอัคคีภัยในเมือง และรับมือกับปัญหาเพลิงไหม้หรือไฟป่า, ระบบควบคุมอุทกภัยแบบอัจฉริยะ ด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนบริเวณเขื่อนกันน้ำท่วม ตามแนวชายฝั่งทะเลและแม่น้ำลำคลอง เช่น ศูนย์จัดการน้ำระดับโลก (Global Center for Water Managment) ของไอบีเอ็ม ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ 5. ระบบจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด บรรเทาปัญหาน้ำขาดแคลน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้น้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นมากกว่านั้นหลายเท่าตัว และปัจจุบันนี้น้ำที่มีอยู่ทั่วโลกมีเพียง 2% เท่านั้นที่สามารถใช้อุปโภคและบริโภคได้ และความต้องการน้ำของมนุษย์จะเพิ่มขึ้นอีก 6 เท่าในอีก 50 ปีข้างหน้า แต่ปัญหาขาดแคลนน้ำนั้นเป็นภัยคุกคามประชาชนแล้วหลายพื้นที่ โดยมีประชากรถึง 1 ใน 5 ของโลก เข้าไม่ถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง เพื่อลดการสิ้นเปลืองและสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการรั่วไหลของท่อประปาและซ่อมแซมตัวเองได้อย่างอัตโนมัติ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีกรองน้ำที่สามารถเปลี่ยนน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด หรือกรองเสียให้กลายเป็นน้ำดี และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำได้ […]

Read More…

บ้านสร้างด้วยเทคโนโลยี ‘เครื่องพิมพ์สามมิติ’ เปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้

เทคโนโลยีสมัยใหม่ “เครื่องพิมพ์สามมิติ” ใช้สร้างบ้านให้มีความเเข็งเเรงทนทานต่อสภาพอากาศที่เลวร้าย เพราะมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านแบบนี้ในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อช่วยเหลือคนยากจน เเบร็ท เเฮ็กเกลอร์ แห่งหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นิว สตอรี่ (New Story) กล่าวว่า ทางหน่วยงานทำงานกับครอบครัวคนยากจนจริงๆ ที่ไม่มีที่พักอาศัย  การสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3-D เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยของคนยากจนที่สุดในโลก อย่าง ชุมชนเต้นท์ในเฮติ เป็นไปได้ด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัทไอคอนเเละหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นิว สตอรี่เเบร็ท เเฮ็กเกลอร์ แห่งหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นิว สตอรี่ กล่าวว่า ปัญหาที่หน่วยงานกำลังประสบอยู่หนักหนามากเพราะมีคนราวหนึ่งพันล้านคนที่ไม่มีบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต การแก้ปัญหานี้คือความสามารถในการสร้างบ้านได้จำนวนมากขึ้นแบบทวีคูณ ในราคาที่ถูกลงอย่างมาก และสร้างได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของบ้านเขากล่าวว่า เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติเเบบใหม่ เป็นทางออกของความท้าทายเหล่านี้ เเละใช้วัสดุที่ไม่เหมือนใครในการพิมพ์บ้านเจสัน บอลลาร์ด แห่งบริษัทก่อสร้างด้วยหุ่นยนต์ไอคอน กล่าวว่า ทางบริษัทเดินเครื่องพิมพ์สามมิติให้ทำงานด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิม โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 4 ของความเร็วในการพิมพ์ปกติเท่านั้น เพื่อพิมพ์บ้านหลังนี้ออกมา เเละสามารถพิมพ์บ้านเสร็จหนึ่งหลังภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงหากเดินเครื่องพิมพ์ที่ระดับความเร็วสูงสุด จะสามารถสร้างบ้านเสร็จภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งโดยปกติเเล้วทางหน่วยงาน New Story จะต้องใช้เวลาถึง 15 วัน ในการสร้างบ้านธรรมดาๆ หนึ่งหลังเเบร็ท เเฮ็กเกลอร์ แห่งหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นิว สตอรี่ กล่าวว่า เเทนที่จะใช้เวลาหนึ่งปีในการสร้างชุมชนขึ้นมาได้หนึ่งชุมชน เทคโนโลยีสร้างบ้านแบบพิมพ์สามมิตินี้สามารถสร้างเสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน  ร้านอาหาร4ภาค นอกจากนี้ บ้านพิมพ์สามมิติยังมีราคาถูกกว่าอีกด้วย เเฮ็กเกลอร์ แห่งหน่วยงานไม่หวังผลกำไร นิว สตอรี่ กล่าวว่า บ้านแบบธรรมดาที่ทางหน่วยงานสร้างขึ้น มีราคาค่าก่อสร้างที่หลังละ 6,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 200,000 บาท เขาเชื่อว่าในระยะยาว ราคาค่าสร้างบ้านหลังใหม่น่าจะลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 120,000 กว่าบาทเจสัน บอลลาร์ด แห่งบริษัทก่อสร้างด้วยหุ่นยนต์ไอคอน กล่าวว่า จำเป็นมากต้องช่วยให้คนยากจนที่สุดในโลกมีบ้านอาศัยโดยเฉพาะคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีเเละวัสดุก่อสร้างที่ก้าวหน้าหน่วยงาน นิว สตอรี่ กำลังทำงานร่วมกับบรรดาหน่วยงานไม่หวังผลกำไร รัฐบาลในประเทศต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนเงินในการสร้างบ้านแก่คนยากจนในประเทศกำลังพัฒนาทางหน่วยงาน นิว สตอรี่ วางแผนที่จะเริ่มต้นพิมพ์บ้านหลายหลังในประเทศเอลซัลวาดอร์ในปีนี้ เเละเป้าหมายคือการสร้างบ้านแบบถาวรในประเทศกำลังพัฒนา ที่ทนทานอยู่ได้หลายชั่วอายุคน(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน) […]

Read More…

เทคโนโลยีในอนาคต

เทคโนโลยีในอนาคต

เทคโนโลยี คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า “Technology” ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า “Technologia” แปลว่า การกระทำที่มีระบบ อย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โลกเราในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันจะสังเกตได้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นได้มีการพัฒนาอย่างล้ำสมัยซึ่งส่งผลให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งานในปัจจุบันและในอนาคต ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและสังคมของมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันได้บูรณาการเข้าสู่ระบบธุรกิจดังนั้นองค์การที่จะอยู่รอดและมีพัฒนาการต้องสามารถปรับตัวและจัดการกับทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยหัวข้อนี้จะกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตเพื่อให้ผู้บริหารในฐานะหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์การได้ศึกษาแต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศอาจทำให้เทคโนโลยีที่กล่าวถึงในที่นี้ล้าสมัยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารที่สนใจจะต้องศึกษาติดตามความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญในอนาคตมี ดังนี้ 1. คอมพิวเตอร์ (computer) ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปจากยุคแรกที่เครื่องมีขนาดใหญ่ทำงานได้ช้า ความสามารถต่ำ และใช้พลังงานสูง เป็นการใช้เทคโนโลยีวงจรรวมขนาดใหญ่ (very large scale integrated circuit : VLSI) ในการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ (microprocessor) ทำให้ประสิทธิภาพของส่วนประมวลผลของเครื่องพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาหน่วยความจำให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่มีราคาถูกลง ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปัจจุบัน โดยที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในขณะที่มีความสามารถเท่าเทียมหรือมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในสมัยก่อน ตลอดจนการนำคอมพิวเตอร์ชนิดลดชุดคำสั่ง (reduced instruction set computer) หรือ RISC มาใช้ในการออกแบบหน่วยประเมินผล ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้เร็วขึ้นโดยใช้คำสั่งพื้นฐานง่าย ๆ นอกจากนี้พัฒนาการและการประยุกต์ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีการประมวลผลตามหลักเหตุผลของมนุษย์หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป 2. ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI เป็นการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถที่จะคิดแก้ปัญหาและให้เหตุผลได้เหมือนอย่างการใช้ภูมิปัญญาของมนุษย์จริง ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ในหลายสาขาวิชาได้ศึกษาและทดลองที่จะพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานที่มีเหตุผล โดยการเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ ซึ่งความรู้ทางด้านนี้ถ้าได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างผู้เชี่ยวชาญ และหุ่นยนต์ (robotics) เป็นการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถปฏิบัติงานและใช้ทักษะการเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับการทำงานของมนุษย์ เป็นต้น 3. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (executive information system) หรือ EIS เป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศที่สนับสนุนผู้บริหารในงานระดับวางแผนนโยบายและกลยุทธ์ขององค์การโดยที่ EIS จะถูกนำมาให้คำแนะนำผู้บริหารในการตัดสินใจเมื่อประสบปัญหาแบบไม่มีโครงสร้างหรือกึ่งโครงสร้าง โดย EIS เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่พิเศษของผู้บริหารในด้านต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ รวมทั้งสถานะของคู่แข่งขันด้วย โดยที่ระบบจะต้องมีความละเอียดอ่อนตลอดจนง่ายต่อการใช้งาน เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากไม่เคยชินกับการติดต่อและสั่งงานโดยตรงกับระบบคอมพิวเตอร์ 4. การจดจำเสียง (voice recognition) เป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์จดจำเสียงของผู้ใช้ ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีสาขานี้ยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการ ถ้าในอนาคตนักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการนำความรู้ต่าง ๆ มาใช้สร้างระบบการจดจำเสียง ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาลแก่การใช้งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยที่ผู้ใช้จะสามารถออกคำสั่งและตอบโต้กับคอมพิวเตอร์แทนการกดแป้นพิมพ์ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ไม่เคยชินกับการใช้คอมพิวเตอร์ให้สามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้ง่าย เช่น ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง การสั่งงานระบบฐานข้อมูลต่าง ๆ และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขยายคุณค่าเพิ่มของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อธุรกิจ 5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (electronics data interchange) หรือ EDI เป็นการส่งข้อมูลหรือข่าวสารจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์อื่นโดยผ่านทางระบบสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การส่งคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายโดยตรง ปัจจุบันระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วงลดระยะเวลาในการทำงานของแต่ละองค์การลง โดยองค์การจะสามารถส่งและรับสารสนเทศในการดำเนินธุรกิจ เช่น ใบสั่งซื้อและใบตอบรับผ่านระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่มีอยู่ ทำให้ทั้งผู้ส่งและผู้รับไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง 6. เส้นใยแก้วนำแสง (fiber optics) เป็นตัวกลางที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยการส่งสัญญาณแสงผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มัดรวมกัน การนำเส้นใยแก้วนำแสงมาใช้ในการสื่อสารก่อให้เกิดแนวความคิดเกี่ยวกับ “ ทางด่วนข้อมูล (information superhighway)” ที่จะเชื่อมโยงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีเส้นใยแก้วนำแสงได้ส่งผลกระทบต่อวงการสื่อสามวลชนและการค้าขายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ 7. อินเทอร์เน็ต (internet) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงไปทั่วโลก มีผู้ใช้งานหลายล้านคน และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่สมาชิกสามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนค้นหาข้อมูลจากห้องสมุดต่าง ๆ ได้ ในปัจจุบันได้มีหลายสถาบันในประเทศไทยที่เชื่อมระบบคอมพิวเตอร์กับเครือข่ายนี้ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นต้น 8. ระบบเครือข่าย (networking system) โดยเฉพาะระบบเครือข่ายเฉพาะพื้นที่ (local area network : LAN) เป็นระบบสื่อสารเครือข่ายที่ใช้ในระยะทางที่กำหนด ส่วนใหญ่จะภายในอาคารหรือในหน่วยงาน LAN จะมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้สูงขึ้น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้ข้อมูลร่วมกัน และการเพิ่มความเร็วในการติดต่อสื่อสาร นอกจากนี้ระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยังผลักดันให้เกิดการกระจายความรับผิดชอบในการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังผู้ใช้มากกว่าในอดีต 9. การประชุมทางไกล (teleconference) เป็นการนำเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายโทรทัศน์ และระบบสื่อสารโทรคมนาคมผสมผสาน เพื่อให้สนับสนุนในการประชุมมีประสิทธิภาพ โดยผู้นำเข้าร่วมประชุมไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในห้องประชุมและพื้นที่เดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง โดยเฉพาะในสภาวะการจราจรที่ติดขัด ตลอดจนผู้เข้าประชุมอยู่ในเขตที่ห่างไกลกันมาก 10. โทรทัศน์ตามสายและผ่านดาวเทียม (cable and sattleite TV) การส่งสัญญาณโทรทัศน์ผ่านสื่อต่าง ๆ ไปยังผู้ชม จะมีผลทำให้ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่ไปได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น โดยที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ชมรายการมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถตัดสินใจในทางเลือกต่าง ๆ ได้เหมาะสมขึ้น 11. เทคโนโลยีมัลติมีเดีย (multimedia technology) เป็นการนำเอาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาจัดเก็บข้อมูลหรือข่าวสารในลักษณะที่แตกต่างกันทั้งรูปภาพ ข้อความ เสียง โดยสามารถเรียกกลับมาใช้เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ และยังสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ด้วยการประยุกต์เข้ากับความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยความจำแบบอ่านอย่างเดียวที่บันทึกในแผ่นดิสก์ (CD-ROM) จอภาพที่มีความละเอียดสูง (high resolution) เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อจัดเก็บและนำเสนอข้อมูล ภาพ และเสียงที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีมัลติมีเดียเป็นเทคโนโลยีที่ตื่นตัวและได้รับความสนใจจากบุคคลหลายกลุ่ม เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา โฆษณา และบันเทิงเป็นอย่างมาก 12. การใช้คอมพิวเตอร์ในการฝึกอบรม (computer base training) เป็นการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ […]

Read More…

7 การแพทย์แห่งอนาคต ที่เอามาใช้ในปัจจุบัน

มองอนาคตการแพทย์เมื่อโลกเข้าถึงเทคโนโลยีพิมพ์อวัยวะ

ประเทศญี่ปุ่นกับตุรกีกำลังแนวคิดยิ่งใหญ่ร่วมกันซึ่งถ้าสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่ชาวเอเชียทั้งทวีปด้วย โดยแนวคิดที่ว่าก็คือการสร้างทางรถไฟเชื่อมกันระหว่างเอเชียกับยุโรป สองแผ่นดินทองก็จะคล้องเป็นแผ่นดินเดียวกันแนบแน่นยิ่งขึ้น ตอนนี้ 2 ประเทศจับมือกันที่จะสานฝันนี้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศญี่ปุ่น ผู้บริหารประเทศของทั้งสองชาติเห็นว่าแต่ละชาติก็เป็นดั่งปีกอันยิ่งใหญ่ที่ขนาบข้างทวีปเอเชีย ทางตุรกีก็มีแผ่นดินเชื่อมกับยุโรปทั้งทวีป ส่วนญี่ปุ่นก็เป็นดินแดนเก่าแก่แต่รุ่มรวยความไฮเทคชั้นนำของโลก แนวคิดนี้จึงน่าติดตามดูกันครับ เราจะได้เห็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของคนเอเชียด้วยกันในเวลาอันใกล้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเพราะแต่ละชาติต่างรู้สึกศักยภาพของตัวเอง รู้ดีว่าตัวเองสามารถที่จะพากเพียรอุตสาหะจนไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ท้อถอยแล้วเอาแต่ฝัน ซึ่งความสำเร็จสำคัญในยุคต่อไปจะมีดังต่อไปนี้ 1. ปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนในคนไข้เบาหวาน คนไข้เบาหวานมีเฮได้ จาการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ท่านว่าจะมีนวัตกรรมการรักษาเบาหวานด้วยการปลูกถ่ายเซลล์สร้างอินสุลินให้คนไข้ นอกจากนั้นก็ยังมีนวัตกรรมตับอ่อนเทียมที่กำลังศึกษากันอยู่ ซึ่งต่อไปก็น่าจะเป็นความจริงได้ 2. การส่องกล้องผ่าตัดในอวัยวะที่หลากหลายขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีส่องกล้องทันสมัยขึ้นมากด้วยระบบเส้นใยนำแสงที่ไฮเทคขึ้น ขนาดกล้องที่เป็นแท่งเล็กลงจึงทำให้การส่องกล้องสามารถซอกซอนเข้าไปในที่ที่เล็กแคบได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดเข้าไป ทำให้คนไข้ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานและแผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ตัวอย่างการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเช่น ผ่าตัดกระดูกต้นคอ,ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทางรักแร้,ผ่าตัดมดลูก หรือแม้แต่ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน 3. การฉายแสงรักษามะเร็งที่ตรงเฉพาะจุด เมื่อก่อนการฉายแสงมีความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ต่ออวัยวะรอบข้าง เปรียบเหมือนกับการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงตรงจุดยุทธศาสตร์ที่เลี่ยงการทำลายล้างหมู่บ้านข้างๆไปไม่ได้ แต่ในอนาคตการฉายแสงจะตรงจุดมากขึ้นโดยเฉพาะในอวัยวะที่บอบบางอย่าง “ปอด” ก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากเหมือนการฉายแสงรุ่นก่อน 4. การสแกนคอมพิวเตอร์ที่เห็นภาพชัดเหมือนส่องกล้อง ด้วยฝีมือคอมพิวเตอร์ระดับเทพที่ทำให้ดู “เสมือนจริง” ทั้งสมอง,หลอดเลือด,หัวใจและอวัยวะอื่นๆที่ดูราวกับมีมือวิเศษมาชำแหละให้เห็นถึงข้างในโดยที่คนไข้ไม่เจ็บปวดแต่อย่างใดเลย เชื่อว่าต่อไปจะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างน่าทึ่ง 5. ยาพุ่งเป้า ยารักษาโรคในยุคต่อไปจะทำให้ “เข้าล็อค” เหมือนกุญแจที่ตรงเข้าสวมกับแม่กุญแจได้ทันที ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดโรค รักษามะเร็งตรงจุดที่มีปัญหา และที่สำคัญคือไม่ไปรบกวนอวัยวะข้างเคียงให้ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย 6. นาโนเทคโนโลยีดูดซึมยา อาทิ วิตามินนาโน,ครีมนาโนและเครื่องสำอางค์นาโน ที่จะใช้ประโยชน์จากความเล็กจิ๋วของอนุภาคพิเศษเพื่อ “ดึง” ยาเข้าไปให้ดูดซึมได้ดียิ่งกว่ายาแบบเดิมๆ โดยอนุภาคนาโนจะทำให้เข้าไปอยู่ในน้ำก็ได้หรือไขมันก็ได้ เรียกว่าพาขึ้นเขาลงห้วยสะเทินน้ำสะเทินบกได้หมดทุกสภาพการณ์ 7. เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันที่ให้คนไข้มีส่วนร่วมในการรักษา เน้นรักษาทั้งร่างกายไม่แยกอวัยวะ โดยเน้นการใช้ยาอย่างมีเหตุผลและให้คนรักษาโรคง่ายๆด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนด้วยหลักที่ครอบคลุมทั้งกาย,ใจและจิตวิญญาณอย่างเป็นระบบมีการศึกษาวิจัยรองรับ(Evidence based)ซึ่งในปัจจุบันมีการเรียนการสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ สุดท้ายนี้ขอย้ำกับท่านที่รักอีกทีว่าเทคโนโลยีไฮเทคทั้งหลายเหล่านี้ที่ว่ามาอยู่ในขั้นที่ “เกินฝัน” บนแผ่นกระดาษแล้วนะ มีงานวิจัยที่รองรับอย่างแน่นหนา กำลังที่จะออกมาเป็นความจริงให้เราสัมผัสได้ บางอย่างเหลือแค่ตบแต่งขั้นสุดท้ายให้เหมาะกับการใช้งานจริงที่ไม่ติดกับทฤษฏีที่สำคัญคืองานที่เป็นดั่งฝันพวกนี้ไม่ได้เกิดจากมันสมองของคนคนเดียวแต่เป็นกลุ่มเพื่อนมนุษย์ที่มีความฝันร่วมกันและพร้อมจะฝ่าฟันไปด้วยกันอย่างไม่ย่อท้อ […]

Read More…

TCELS มั่นใจหุ่นยนต์การแพทย์ไทยมีอนาคต

TCELS มั่นใจหุ่นยนต์การแพทย์ไทยมีอนาคต

TCELS – TCELS มั่นใจหุ่นยนต์ทางการแพทย์ไทยมีอนาคต เตรียมเดินหน้าหาพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนวิจัย พัฒนาให้ได้มาตรฐาน สากล พร้อมเปิดตัวศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง ยันวิศวกรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า TCELS ได้จัดประชุม Thailand Life Sciences Business Forum ครั้งที่ 5 โดยหารือกันถึงอนาคตอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ไทย โดยเชิญภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมหารือ เพื่อรับทราบถึงความคืบหน้าในการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในประเทศไทย รวมไปถึงปัญหาอุปสรรคที่พบ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้เข้าประชุมได้สะท้อนถึงความสามารถในการผลิตหุ่นยนต์ในทุกประเภทของคนไทยว่า วิศวกรของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ขอเพียงสำรวจให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาให้เป็นมาตรฐานระดับสากล เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันจะสามารถผลักดันหุ่นยนต์ทางการแพทย์ของไทยไปสู่ระดับอาเซียนและระดับโลกได้ ดร.นเรศ กล่าวว่า ขณะนี้ TCELS ดำเนินโครงการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง โดยร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีววิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากมีเป้าหมายการผลิตและบริการคนไทยในราคาที่เหมาะสมอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางรักษาพยาบาล การแพทย์ฉุกเฉิน และการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้พิการในระดับแนวหน้าของอาเซียน โดยจะทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ โดยจะเปิดตัวศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง วันที่ 9 เม.ย.56 ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายผลิตและบริการคนไทยในราคาที่เหมาะสม และอีก 7 ปีข้างหน้าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่นำเข้าตัวละ 100 ล้านบาท ได้ 50% และเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาล การแพทย์ฉุกเฉิน และการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย ผู้สูงอายุในระดับแนวหน้าของอาเซียน โดยจะมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกระทรวงมากขึ้น เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ […]

Read More…

การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด

การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์

มนุษย์ต้องการดำรงชีพอยู่ในสังคมต่อไปเรื่อยๆ ทำให้มนุษย์คิดค้นวิธีการที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างยืนยาวที่สุด ทำให้ทางการแพทย์จำเป็นต้องคิดค้นเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ และสำหรับเทคโนโลยีที่ได้ก้าวหน้าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ 1. สเต็มเซลล์ เป็นเซลล์ชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ได้แทบทุกชนิด สเต็มเซลล์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในประเทศไทยได้มีการสนับสนุนการวิจัยสเต็มเซลล์มา 6-7 ปีแล้ว และประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้หลายชนิด รวมทั้งเริ่มมีการนำมาใช้รักษาจริง 2. interferon beta เป็นสารอย่างหนึ่งที่พบได้ในร่างกายเราเอง มีฤทธิ์ยับยั้งการโจมตีปลอกหุ้มเส้นประสาทของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมาก 3.วัคซีนสำหรับอัลไซเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากประเทศแคนาดาได้พัฒนาวัคซีนที่มีฤทธิ์ในการป้องกันและรักษาการสูญเสียความทรงจำ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านสารก่อโรค ผู้ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์บางส่วนมีการตอบสนองต่อวัคซีนมีความจำที่ดีขึ้น 4. ยาต้านมะเร็งอัจฉริยะ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบยามะเร็งตระกูลใหม่ที่ออกฤทธิ์อย่างจำเพาะเจาะจงเปรียบเหมือนกับจรวดนำวิถีที่ล็อคเป้าหมายให้ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น ยาเหล่านี้ได้แก่ Imatinib และ gefitinib ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิก 5. หัวใจเทียมเสมือนจริง หัวใจเทียมนี้ คือ AbioCor โดยบริษัท Abiomed ออกแบบและวิจัยพัฒนามากว่า 30 ปี AbioCor เป็นหัวใจเทียมที่ผลิตจากไททาเนียมและพลาสติกชนิดพิเศษ ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังปอดและส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เหมือนกับหัวใจจริง 6. ยาเพิ่ม HDL เป็นโคเลสเตอรอลชนิดดีที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ ในผู้ที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูงจะพบว่ามีโคเลสเตอรอลชนิดร้าย คือ แอลดีแอล มหาวิทยาลัยทัฟทส์ได้ค้นพบยาใหม่ที่เป็นความหวังสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ ยานี้คือ torcetrapib ที่สามารถกระตุ้นให้ระดับเอชดีแอลเพิ่มขึ้นได้ถึงสองเท่า และยังช่วยลดระดับแอลดีแอลได้ด้วย ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อการแพทย์ ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ และอยู่ระหว่างการทดลอง ซึ่งต้องอาศัยเงินจำนวนมาก […]

Read More…

การแพทย์ยุคใหม่ก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี

การแพทย์ยุคใหม่ก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี

การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้งทั้งทางด้านเทคโนโลยีการประมวลผล ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์สาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยและการจัดการบริหารงานของระบบโรงพยาบาลและสาธารณสุขจวบจนวันนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่เพียงจำกัดแค่การให้บริการในวงการแพทย์ สาธารณสุข และโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญทำให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์สาธารณสุข รวมทั้งใช้บริการสาธารณสุขจากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง เพียงแค่คลิกคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือแค่นอนพักผ่อนที่บ้าน คอมพิวเตอร์ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณก็สามารถตรวจเช็คสุขภาพของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวและสามารถส่งข้อมูลสุขภาพไปยังแพทย์เจ้าของไข้ หรือตรวจโรคผ่านระบบ ออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิคเคชั่นต่างๆ หันมาพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันของมนุษย์มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพทย์ทางไกลมาให้บริการผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลบริการสุขภาพสู่ยุค Health 3.0 สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขหรือ Health Information evolution นั้น ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีมารองรับวงการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีของวงการแพทย์และสาธารณสุขมีทั้งสิน 3 ยุค ด้วยกัน โดยยุคแรก เริ่มจากการพัฒนาระบบ Health 1.0 ซึ่งเป็นการจัดเก็บข้อมูลคนไข้ ให้อยู่ในรูปของเอกสารซึ่งเอกสารทุกอย่างจะอยู่ที่โรงพยาบาลในลักษณะที่เป็น Physical centric ขณะที่ยุคที่ 2 เป็นยุค Health 2.0 เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเก็บข้อมูลคนไข้ในลักษณะเป็นเวชทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์และเวชทะเบียนส่วน บุคคล (Electronics Medical Records & Personal Health Records) รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการและการบริหารงานในโรงพยาบาลและสาธารณสุข มีการเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา สำหรับประเทศไทยอยู่ในช่วงของการโอนถ่ายการใช้เทคโนโลยี มาสู่ Health 2.0 อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงการแพทย์มีการพัฒนาเข้าสู่ยุค Health 3.0 ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยในการรักษาพยาบาลและช่วยจัดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การบริการทางการแพทย์มุ่งสู่การให้บริการปัจเจกชน โดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางของการดูแลรักษาสุขภาพ หรือ Patient centric ที่การรักษาพยาบาลรวมถึงการจ่ายยาสามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยแต่ละราย […]

Read More…

15 เทคโนโลยีล้ำยุค

การพัฒนาของเทคโนโลยีในยุคสมัยเรียกได้ว่าก้าวกระโดดแบบไม่หยุดยั้งกันเลยทีเดียว มีข่าวคราวเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาให้เห็นกันแทบจะทุกปี ซึ่งหากลองมองย้อนกลับไปในสมัยก่อน การพัฒนาสิ่งต่างๆ ยังไม่เท่ากับสมัยนี้ ซึ่งยังคงเป็นเพียงแค่จินตนาการลมๆ แล้งๆ อย่างที่เห็นกันในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ แต่อีกไม่นานเทคโนโลยีล้ำๆ แบบในภาพยนตร์จะกลายมาเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในยุคอนาคตอย่างแน่นอน 1. Smart Glass ผลิตภัณฑ์สุดเจ๋งอย่าง แว่นตาอัจฉริยะจากกูเกิล (Google Glass) ที่มีความสามารถหลายอย่างเหนือกว่าการเป็นแว่นตาธรรมดาๆ ซึ่งในตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่อีกไม่นานคงจะมีแว่นตาแบบนี้ตามมาอีกเพียบ 2. Smart Data การเก็บข้อมูลในยุคนี้ยังคงต้องอาศัยการบันทึกด้วยมือของเราเอง อย่างการบันทึกรายชื่อในโทรศัพท์หรืออีเมล์ แต่อีกไม่นานการเก็บข้อมูลเหล่านี้จะมาในรูปแบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ โดยที่เราไม่ต้องทำเองเลย 3. อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่สวมใส่ได้ อุปกรณ์ที่มนุษย์สวมใส่ในปัจจุบันยังไม่มีความวิเศษอะไรมากมายนัก แต่เมื่อมีกระแสของ Google Glass และ Smart Watch มากขึ้น อุปกรณ์ที่มนุษย์สวมใส่กันในอนาคตจะกลายมาเป็นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ได้ทุกชิ้นอย่างแน่นอน 4. Smart House ของใช้ในบ้านเดี๋ยวนี้เริ่มมีระบบคอมพิวเตอร์แล้ว อย่างเช่นตู้เย็นที่คอยเตือนว่าอาหารใกล้หมดแล้วนะ หรือไมโคเวฟที่ควบคุมผ่านโทรศัพท์ได้ อะไรอย่างนี้เป็นต้น แน่นอนว่าเริ่มจากของใช้ในบ้านแล้ว อีกไม่นานบ้านก็คงจะมีแบบนี้เช่นกัน 5. การเล่นเกมเสมือนจริง เคยคิดอยากจะเข้าไปสัมผัสกับโลกในเกมบ้างป่าว? ปัจจุบันนี้มีเจ้า Oculus Rift กำเนิดขึ้นมาแล้ว เป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่จะพาคุณเข้าไปท่องโลกในเกมได้ นับว่าเป็นอะไรที่น่าติ่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง 6. การแสดงผลโดยไม่ต้องมีหน้าจอ เคยได้ยินเกี่ยวกับการฉายภาพโฮโลแกรมป่าว? อย่างในเรื่อง Star Wars หรือภาพยนตร์ Sci-Fi หลายๆ เรื่องทำกัน ฉายภาพโดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอ เห็นคนเป็นคนกันเลยทีเดียว อีกไม่นานก็มาแล้วล่ะ 7. การควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านสมอง สมัยนี้การควบคุมคอมพิวเตอร์ยังต้องอาศัยเมาส์และแป้นพิมพ์อยู่ อีกหน่อยไม่ต้องใช้กันแล้ว ใช้แค่สมองของเราเท่านั้น เพียงคิดไว้ในหัวก็สั่งการได้แล้ว 8. การให้บริการที่ครอบคลุมทั่วโลก มีใครเคยใช้อแพพลิเคชั่นเรียกแท๊กซี่ที่มีชื่อว่า Uber บ้าง? ที่คุณสามารถเรียกแท๊กซี่ผ่านแอพลิเคชั่นได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม ซึ่งบริการแบบนี้มีมานานแล้วในต่างประเทศ ไม่แน่ว่าอาจจะขยายไปสู่การบริการในรูปแบบอื่นๆ ก็เป็นได้ 9. การมาของดิจิตอลดาวน์โหลด สมัยก่อนรูปแบบของสินค้าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่มาในสมัยนี้สินค้าต่างๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทอรนิกส์กันมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ e-book การซื้อเกมส์ การซื้อเพลง ที่มาเป็นในรูปแบบของข้อมูลดาวน์โหลดแทนสินค้าที่จับต้องได้อย่าง หนังสือและซีดี เป็นต้น 10. หุ่นยนต์จะมีให้เห็นเกลื่อนเมือง เมื่อพูดถึงหุ่นยนต์ในสมัยก่อน คงจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระเอามากๆ เลยล่ะ แต่สมัยนี้คงจะคิดแบบนั้นไม่ได้แล้ว เมื่อมีการพัฒนาหุ่นยนต์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มมีหุ่นยนต์ออกปฏิบัติหน้าที่แทนมนุษย์แล้ว และอีกไม่นานมันก็คงผุดออกตามกันมาอีกเพียบ 11. เชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานทดแทน เรื่องของพลังงานทดแทนเป็นสิ่งที่มนุษย์ตระหนักกันมานานแล้ว ซึ่งก็ได้มีการคิดค้นหาพลังงานทดแทนมาใช้กันอยู่ตลอด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ แผงโซล่าเซลล์ ที่นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า และพลังงานลมจากกังหันลมไฟฟ้า เป็นต้น 12. การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย อีกไม่นานการชาร์จไฟผ่านอะแด๊ปเตอร์ชาร์จไฟที่มีสายไฟระโยงระยางคงจะกลายเป็นของโบราณในไม่ช้า ซึ่งการมาของ Qi Wireless Charging หรือการชาร์จไฟไร้สายนั้น เริ่มรองรับกับสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นแล้ว 13. คลื่นโทรศัพท์มือถือ 5G จากที่เคยเป็นแค่สัญญาณโทรศัพท์ ก็กลายมาเป็นทั้งสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จากที่เคยช้าอืดเป็นเต่า 2G ก็กลายมาเป็น 3G ที่มีความเร็วพอตัว ยังไม่พอใจก็อัพเป็น 4G ไวกว่าเดิมอีกหลายขุม และแน่นอนว่า 5G ก็คงจะมาอีกในไม่ช้านี้ 14. ปัญญาประดิษฐ์ มันสมองกลที่เห็นได้ในปัจจุบันนี้ก็คงจะไม่พ้นผู้ช่วยในสมาร์ทโฟนอย่าง Siri, Google Now และ Cortana ที่มีความฉลาดพอตัว สามารถเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์สื่อได้ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเหล่ามันสมองกลจะมีความคิดเทียบเท่ากับมนุษย์ได้อย่างแน่นอน 15. แกรฟีน แกรฟีนเป็นรูปแบบหนึ่งของผลึกคาร์บอน มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กมากถึง 100 เท่า โดยในปัจจุบันเป็นวัตถุดิบหายากมากๆ ซึ่งไม่แน่ในอนาคตอันใกล้นี้ มันอาจจะมาแทนที่เหล็กที่เราใช้กันในปัจจุบันก็เป็นได้ สิ่งที่เหมียวนำเสนอไปทั้ง 15 อย่างนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่ช้าก็เร็ว เราอาจจะได้เห็นกันจนเป็นเรื่องปกติเลยล่ะ […]

Read More…

5 เทคโนโลยีจากเกม การ์ตูนและภาพยนตร์

เทคโนโลยีจากเกม, การ์ตูนและภาพยนตร์

ในโลกนี้มีสิ่งประดิษฐ์มากมายที่มนุษย์คิดค้นและสร้างมันขึ้่นมานับตั้งแต่โบราณกาล โดยมากแล้วมันจะเกิดขึ้นจากจินตนาการของใครสักคนที่ต้องการทำบางสิ่งเพียงเพือให้ชีวิตประจำวันของเขาง่ายดายขึ้นไปจนถึงการพาโลกทั้งใบข้ามผ่านไปสู่อีกยุคหนึ่งด้วยนวัตกรรมจากผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว (เช่นสตีฟ จ็อบส์กับไอโฟนของเขา) บางครั้งคิดเพื่อปัจจุบัน บางทีคิดเผื่ออนาคต ซึ่งอย่างหลังเนี่ยเรามักจะเห็นไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ เหล่านั้นถูกบอกผ่านสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้งเกม, การ์ตูน หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมสามารถเสพย์และซึมซับแนวคิดสุดลํ้าเหล่านั้นได้ง่ายและเป็นรูปธรรมกว่าการนั่งเปิดบทความวิชาการที่อาจจะเข้าถึงยากไปสักหน่อย และแม้หลายๆ อย่างจะเป็นไอเดียที่แรกเริ่มอุดมไปด้วยความฝันทั้งอาจไม่ได้คิดถึงหลักว่าจะทำได้ในโลกจริงรึเปล่า กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไปความคิดและขีดจำกัดของมนุษย์อันประดุจบึงที่ไร้ก้นก็จะพิสูจน์ได้ว่าส่วนใหญ่มันสามารถมีที่ทางบนโลกได้จริงๆ ซึ่งบทความนี้ผมก็จะพาไปดู 5 สิ่งประดิษฐ์จากเกม, การ์ตูน, ภาพยนตร์ ที่กำลังจะเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตประจำวันของเราในไม่ช้า 1. วุ้นแปลภาษา สิ่งประดิษฐ์เอนกประสงค์จากศตวรรษที่ 22 ที่มาพร้อมกับเจ้าแมวหุ่นยนต์สีฟ้าหูโดนแทะชิ้นนี้อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริง 10 หรือ 20 ปีนี้ (บางทีอาจ 100) เพราะด้วยวิธีใช้ของมันที่เคี้ยวๆ กลืนแล้วจู่ๆ คุณก็จะกลายเป็นกูรูด้านภาษาไปในบัดดลเนี่ย ทำให้แม้ในปัจจุบันก็ยังคงดูแฟนตาซีเกินจริงไปมาก (เพราะถ้ามีจริงเมื่อไหร่เหล่าโรงเรียนสอนภาษาอาจจเจ๊งระนาวกันถ้วนหน้า) กระนั้นเราก็อาจจะเข้าใกล้มันเข้าไปอีกขั้นด้วยเจ้าแท่งหรรษาสีขาวนามว่า ili ซึ่งเป็นเครื่องแปลภาษาฉบับพกพาครับ เพียงแต่เวลานี้ยังรองรับเพียง 3 ภาษาเท่านั้นคือ อังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น ดังนั้นก็ขอให้ขยันเรียนภาษากันต่อไปอีกสักหนึ่งศตวรรษ 2. โฮเวอร์บอร์ด สมัยนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่เยอะมากครับ จนถึงกับมีการกระแนะกระแหนกันว่าขี้เกียจเดินกันเองมากนักหรือไง แต่อย่างไรเสียบางคนก็อาจจะมองมันในแง่ของเล่นที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้ชีวิต เช่นที่ฮิตๆ กันตอนนี้ก็เช่นเจ้า Momowheel ที่แล่นเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง (แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยมีใครเล่นบนฟุตบาตประเทศนี้หรอกนะ สะดุดท่อหัวทิ่มกันพอดี) ทว่าสิ่งที่เราจะนำเสนอในบทความนี้คือการเทคเลเวลขึ้นไปอีกระดับนั่นคือ โฮเวอร์บอร์ด ที่สามารถลอยได้จริงครับ! โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็นของแบรนด์ Lexus ซึ่งใช้การผสมผสานเทคโนโลยีอย่างตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด, แม่เหล็ก และไนโตรเจนเหลว มาเพื่อทำให้ตัวบอดสามารถเคลื่อนที่ได้ครับ น่าสนใจทีเดียว 3. เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เอาจริงๆ เครื่องพิมพ์ 3 มิตินั้นเป็นอะไรที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วครับ เพียงแต่พวกที่มีโอกาสใช้จะเป็นพวกบริษัทใหญ่ๆ เสียมากกว่าคนธรรมดาๆ กระทั่งช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ตลาดเครื่องปริ๊นเริ่มหดตัวลง ส่งให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติมีราคาที่ตกลงอย่างมากจนกลุ่มห้างร้านบริษัทเล็กๆ รวมถึงลูกค้าทั่วไปสามารถซื้อไปใช้เองได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินเอื้อมครับ โดยหลักการทำงานในภาพรวมตอนแรกจะไม่ต่างจากเครื่องพิมพ์ธรรมดาเท่าไหร่คือพิมพ์แบนๆ ในระนาบเดียวกับพื้นโลก XY ก่อน จากนั้นจึงค่อยไปแกน Z ซึ่งจะเป็นการพิมพ์แบบขึ้น-ลง ก่อเกิดเป็นมิติที่ 3 ขึ้นมานั่นเอง นับเป็นอีกเทคโนโลยีที่จู่ๆ ก็มาถึงเร็วโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน 4. หุ่นยนต์ เรียกว่าเป็นความฝันของลูกผู้ชายหลายคนเลยก็ว่าได้ครับสำหรับหุ่นยนต์ตัวเป็นๆ เดินได้ ขยับได้ สำหรับประเทศเราและอีกหลายๆ ประเทศนั้นตัวตนที่เป็นดั่งนิยามของคำว่า “หุ่นยนต์” ก็คงหนีไม่พ้นเหล่า Gundam ทั้งหลายนั่นเอง แต่แน่นอนว่าการสร้างเจ้าหุ่นยักษ์รูปร่างมนุษย์สูง 18 เมตรในโลกความเป็นจริงให้ขยับได้อย่างในการ์ตูนนั้นยังคงเป็นอะไรที่ห่างไกล อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์จากบางกระแสด้วยว่าถึงสร้างขึ้นมาได้จริงมันก็คงจะไม่เวิร์คอย่างแรง กระนั้นความปรารถนาอันแรงกล้าที่สร้างหุ่นยักษ์ขึ้นมาใช้จริงนั้นก็รุนแรงเกินกว่าจะต้านทานครับ ดังที่เราได้เห็นว่ามีการแข่งขันการประกวดหุ่นยนต์ต่างๆ อยู่ทั่วโลก แต่ข่าวที่พีคที่สุดคงเป็นการท้าสู้กันระหว่างบริษัทสร้างหุ่นยนต์สัญชาติอเมริกาอย่าง MegaBots ที่ส่งถึงบริษัท Suidobashi ของญุี่ปุ่นซึ่งเพิ่งเป็นข่าวดังไปเร็วๆ นี้นี่เอง 5. เครื่องเล่นตระกูล VR นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในอุตสาหกรรมบันเทิงในขณะนี้เลยครับกับเครื่องเล่นตระกูล Virtual Reality ที่เตรียมพาเหรดถล่มตลาดกันแบบจริงๆ ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป เริ่มจากพี่ใหญ่ทุนหนาผลิตภัณฑ์จากตามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กอย่าง Oculus Rift ซึ่งเปิดพรีออร์เดอร์ไปเพียงไม่กี่วันสินค้าล็อตแรกก็ถูกจองหมดทันที ตามมาด้วย HTC Vive ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันโดย HTC และ Valve หรือก็คือ Steam VR ที่หลายๆ คนรู้จักนั่นเอง นอกจากนี้ก็จะมี PlayStation VR ของทาง Sony ซึ่งน่าจะใช้กับเครื่อง PS4 โดยเฉพาะ และ Microsoft HoloLens ที่ออกมาเคลมว่าลํ้าเกินไป และจะมีการวางขายเมื่อทุกอย่างพร้อมเท่านั้น […]

Read More…