7 การแพทย์แห่งอนาคต ที่เอามาใช้ในปัจจุบัน

มองอนาคตการแพทย์เมื่อโลกเข้าถึงเทคโนโลยีพิมพ์อวัยวะ

ประเทศญี่ปุ่นกับตุรกีกำลังแนวคิดยิ่งใหญ่ร่วมกันซึ่งถ้าสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่ชาวเอเชียทั้งทวีปด้วย โดยแนวคิดที่ว่าก็คือการสร้างทางรถไฟเชื่อมกันระหว่างเอเชียกับยุโรป สองแผ่นดินทองก็จะคล้องเป็นแผ่นดินเดียวกันแนบแน่นยิ่งขึ้น ตอนนี้ 2 ประเทศจับมือกันที่จะสานฝันนี้ โดยเฉพาะสำหรับประเทศญี่ปุ่น ผู้บริหารประเทศของทั้งสองชาติเห็นว่าแต่ละชาติก็เป็นดั่งปีกอันยิ่งใหญ่ที่ขนาบข้างทวีปเอเชีย ทางตุรกีก็มีแผ่นดินเชื่อมกับยุโรปทั้งทวีป ส่วนญี่ปุ่นก็เป็นดินแดนเก่าแก่แต่รุ่มรวยความไฮเทคชั้นนำของโลก แนวคิดนี้จึงน่าติดตามดูกันครับ เราจะได้เห็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของคนเอเชียด้วยกันในเวลาอันใกล้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเพราะแต่ละชาติต่างรู้สึกศักยภาพของตัวเอง รู้ดีว่าตัวเองสามารถที่จะพากเพียรอุตสาหะจนไปถึงจุดนั้นได้ ไม่ท้อถอยแล้วเอาแต่ฝัน ซึ่งความสำเร็จสำคัญในยุคต่อไปจะมีดังต่อไปนี้ 1. ปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนในคนไข้เบาหวาน คนไข้เบาหวานมีเฮได้ จาการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ท่านว่าจะมีนวัตกรรมการรักษาเบาหวานด้วยการปลูกถ่ายเซลล์สร้างอินสุลินให้คนไข้ นอกจากนั้นก็ยังมีนวัตกรรมตับอ่อนเทียมที่กำลังศึกษากันอยู่ ซึ่งต่อไปก็น่าจะเป็นความจริงได้ 2. การส่องกล้องผ่าตัดในอวัยวะที่หลากหลายขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีส่องกล้องทันสมัยขึ้นมากด้วยระบบเส้นใยนำแสงที่ไฮเทคขึ้น ขนาดกล้องที่เป็นแท่งเล็กลงจึงทำให้การส่องกล้องสามารถซอกซอนเข้าไปในที่ที่เล็กแคบได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดเข้าไป ทำให้คนไข้ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานและแผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ตัวอย่างการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเช่น ผ่าตัดกระดูกต้นคอ,ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทางรักแร้,ผ่าตัดมดลูก หรือแม้แต่ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน 3. การฉายแสงรักษามะเร็งที่ตรงเฉพาะจุด เมื่อก่อนการฉายแสงมีความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ต่ออวัยวะรอบข้าง เปรียบเหมือนกับการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงตรงจุดยุทธศาสตร์ที่เลี่ยงการทำลายล้างหมู่บ้านข้างๆไปไม่ได้ แต่ในอนาคตการฉายแสงจะตรงจุดมากขึ้นโดยเฉพาะในอวัยวะที่บอบบางอย่าง “ปอด” ก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากเหมือนการฉายแสงรุ่นก่อน 4. การสแกนคอมพิวเตอร์ที่เห็นภาพชัดเหมือนส่องกล้อง ด้วยฝีมือคอมพิวเตอร์ระดับเทพที่ทำให้ดู “เสมือนจริง” ทั้งสมอง,หลอดเลือด,หัวใจและอวัยวะอื่นๆที่ดูราวกับมีมือวิเศษมาชำแหละให้เห็นถึงข้างในโดยที่คนไข้ไม่เจ็บปวดแต่อย่างใดเลย เชื่อว่าต่อไปจะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างน่าทึ่ง 5. ยาพุ่งเป้า ยารักษาโรคในยุคต่อไปจะทำให้ “เข้าล็อค” เหมือนกุญแจที่ตรงเข้าสวมกับแม่กุญแจได้ทันที ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดโรค รักษามะเร็งตรงจุดที่มีปัญหา และที่สำคัญคือไม่ไปรบกวนอวัยวะข้างเคียงให้ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย 6. นาโนเทคโนโลยีดูดซึมยา อาทิ วิตามินนาโน,ครีมนาโนและเครื่องสำอางค์นาโน ที่จะใช้ประโยชน์จากความเล็กจิ๋วของอนุภาคพิเศษเพื่อ “ดึง” ยาเข้าไปให้ดูดซึมได้ดียิ่งกว่ายาแบบเดิมๆ โดยอนุภาคนาโนจะทำให้เข้าไปอยู่ในน้ำก็ได้หรือไขมันก็ได้ เรียกว่าพาขึ้นเขาลงห้วยสะเทินน้ำสะเทินบกได้หมดทุกสภาพการณ์ 7. เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันที่ให้คนไข้มีส่วนร่วมในการรักษา เน้นรักษาทั้งร่างกายไม่แยกอวัยวะ โดยเน้นการใช้ยาอย่างมีเหตุผลและให้คนรักษาโรคง่ายๆด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนด้วยหลักที่ครอบคลุมทั้งกาย,ใจและจิตวิญญาณอย่างเป็นระบบมีการศึกษาวิจัยรองรับ(Evidence based)ซึ่งในปัจจุบันมีการเรียนการสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ สุดท้ายนี้ขอย้ำกับท่านที่รักอีกทีว่าเทคโนโลยีไฮเทคทั้งหลายเหล่านี้ที่ว่ามาอยู่ในขั้นที่ “เกินฝัน” บนแผ่นกระดาษแล้วนะ มีงานวิจัยที่รองรับอย่างแน่นหนา กำลังที่จะออกมาเป็นความจริงให้เราสัมผัสได้ บางอย่างเหลือแค่ตบแต่งขั้นสุดท้ายให้เหมาะกับการใช้งานจริงที่ไม่ติดกับทฤษฏีที่สำคัญคืองานที่เป็นดั่งฝันพวกนี้ไม่ได้เกิดจากมันสมองของคนคนเดียวแต่เป็นกลุ่มเพื่อนมนุษย์ที่มีความฝันร่วมกันและพร้อมจะฝ่าฟันไปด้วยกันอย่างไม่ย่อท้อ […]

Read More…

TCELS มั่นใจหุ่นยนต์การแพทย์ไทยมีอนาคต

TCELS มั่นใจหุ่นยนต์การแพทย์ไทยมีอนาคต

TCELS – TCELS มั่นใจหุ่นยนต์ทางการแพทย์ไทยมีอนาคต เตรียมเดินหน้าหาพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนวิจัย พัฒนาให้ได้มาตรฐาน สากล พร้อมเปิดตัวศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง ยันวิศวกรไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า TCELS ได้จัดประชุม Thailand Life Sciences Business Forum ครั้งที่ 5 โดยหารือกันถึงอนาคตอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทางการแพทย์ไทย โดยเชิญภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมหารือ เพื่อรับทราบถึงความคืบหน้าในการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในประเทศไทย รวมไปถึงปัญหาอุปสรรคที่พบ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้เข้าประชุมได้สะท้อนถึงความสามารถในการผลิตหุ่นยนต์ในทุกประเภทของคนไทยว่า วิศวกรของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ขอเพียงสำรวจให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาให้เป็นมาตรฐานระดับสากล เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันจะสามารถผลักดันหุ่นยนต์ทางการแพทย์ของไทยไปสู่ระดับอาเซียนและระดับโลกได้ ดร.นเรศ กล่าวว่า ขณะนี้ TCELS ดำเนินโครงการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง โดยร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีววิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากมีเป้าหมายการผลิตและบริการคนไทยในราคาที่เหมาะสมอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางรักษาพยาบาล การแพทย์ฉุกเฉิน และการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้พิการในระดับแนวหน้าของอาเซียน โดยจะทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ โดยจะเปิดตัวศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ชั้นสูง วันที่ 9 เม.ย.56 ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายผลิตและบริการคนไทยในราคาที่เหมาะสม และอีก 7 ปีข้างหน้าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่นำเข้าตัวละ 100 ล้านบาท ได้ 50% และเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาล การแพทย์ฉุกเฉิน และการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย ผู้สูงอายุในระดับแนวหน้าของอาเซียน โดยจะมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกระทรวงมากขึ้น เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ […]

Read More…

การแพทย์ยุคใหม่ก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี

การแพทย์ยุคใหม่ก้าวไกลด้วยเทคโนโลยี

การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้งทั้งทางด้านเทคโนโลยีการประมวลผล ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์สาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยและการจัดการบริหารงานของระบบโรงพยาบาลและสาธารณสุขจวบจนวันนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่เพียงจำกัดแค่การให้บริการในวงการแพทย์ สาธารณสุข และโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญทำให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์สาธารณสุข รวมทั้งใช้บริการสาธารณสุขจากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง เพียงแค่คลิกคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือแค่นอนพักผ่อนที่บ้าน คอมพิวเตอร์ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณก็สามารถตรวจเช็คสุขภาพของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวและสามารถส่งข้อมูลสุขภาพไปยังแพทย์เจ้าของไข้ หรือตรวจโรคผ่านระบบ ออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิคเคชั่นต่างๆ หันมาพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันของมนุษย์มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพทย์ทางไกลมาให้บริการผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลบริการสุขภาพสู่ยุค Health 3.0 สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขหรือ Health Information evolution นั้น ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีมารองรับวงการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีของวงการแพทย์และสาธารณสุขมีทั้งสิน 3 ยุค ด้วยกัน โดยยุคแรก เริ่มจากการพัฒนาระบบ Health 1.0 ซึ่งเป็นการจัดเก็บข้อมูลคนไข้ ให้อยู่ในรูปของเอกสารซึ่งเอกสารทุกอย่างจะอยู่ที่โรงพยาบาลในลักษณะที่เป็น Physical centric ขณะที่ยุคที่ 2 เป็นยุค Health 2.0 เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเก็บข้อมูลคนไข้ในลักษณะเป็นเวชทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์และเวชทะเบียนส่วน บุคคล (Electronics Medical Records & Personal Health Records) รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการและการบริหารงานในโรงพยาบาลและสาธารณสุข มีการเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา สำหรับประเทศไทยอยู่ในช่วงของการโอนถ่ายการใช้เทคโนโลยี มาสู่ Health 2.0 อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงการแพทย์มีการพัฒนาเข้าสู่ยุค Health 3.0 ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยในการรักษาพยาบาลและช่วยจัดการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้การบริการทางการแพทย์มุ่งสู่การให้บริการปัจเจกชน โดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางของการดูแลรักษาสุขภาพ หรือ Patient centric ที่การรักษาพยาบาลรวมถึงการจ่ายยาสามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยแต่ละราย […]

Read More…