กาฬสินธุ์กวาดล้างมอดไม้ยึดของกลางกว่า10ล.

กาฬสินธุ์กวาดล้างเครือข่ายมอดไม้ส่งนายทุนต่างชาติ ยึดของกลางค่ากว่า 10 ล้าน จับกุมผู้ต้องหาได้ 36 คน ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ หน่วยป้องกันรักษาป่า

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ในห้วงระหว่างเดือน ตุลาคม 2559 ถึง เดือนมีนาคม 2560 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 36 คน ยึดไม้ของกลางทั้งไม้สัก ไม้พะยูง ไม้กระยาเลย กว่า 1,371 ท่อน และอุปกรณ์ตัดไม้มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาการบุกรุกป่าและการตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ถือว่าเกิดขึ้นหลายครั้งและมีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดไม้ไว้ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางจังหวัดได้บูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและการตัดไม้ทำลายป่าให้หมดไป โดยได้มีเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบตลอดเวลาและสืบหาข่าวว่ามีพื้นที่ไหนลักลอบบุกรุกและตัดไม้ทำลายป่า จึงอยากเตือนให้ประชาชนห้ามทำการบุกรุกพื้นที่ป่าและตัดไม้ทำลายป่าเพราะเป็นการทำลายพื้นที่ป่าและยังเป็นการกระทำการที่ผิดกฎหมายอีกด้วย

มาบอกต่อ อ่านหนังสือยังไงให้จำได้ไม่มีลืม

เป็นเรื่องที่ยากพอตัวเหมือนกัน ที่จะให้อ่านหนังสือแล้วจำให้ได้ นึกย้อนกลับไปช่วงวัยเรียนแล้ว ถอนหายใจรัวๆ ยิ่งเป็นคนความจำสั้นอ่านปุ้บพอละสายตาไปทำอย่างอื่น สักพักก็ลืมละ555 เวลาจะสอบทีนั่งอ่านนอนอ่านยังไงก็ไม่เข้าหัวสมองอันน้อยนิดเท่าไหร่ วันนี้ นำสิ่งดีๆ มาฝากน้องๆ วัยเรียนกันด้วย

1.อ่านแล้วลองสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาดู ใช้ภาษาเขียนในแบบตัวเองเพื่อจะช่วยให้เราจำเนื้อหานั้นๆได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งเราได้เขียนเยอะๆ ผ่านตาบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ยิ่งจำได้ดีขึ้น ลองดูนะ^^

2.ลองชวนเพื่อนๆ มานั่งอ่านด้วยกันซะเลย การจับกลุ่มอ่านหนังสือเป็นอะไรที่ดีนะ จะได้แลกความรู้และเคล็ดลับการอ่านยังไงให้เราจำได้ดี เผลอๆอาจจะได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ เป็นของแถมในการรวมกลุ่มอ่านหนังสือก็ได้

3.ตั้งใจอ่านสักหน่อย ขยันๆ หน่อย ลองหาความรู้เพิ่มเติม หรือหนังสือที่มีความรู้ เนื้อหาใกล้ๆ เคียงกับเรื่องราวที่เราหาอยู่ก็ยิ่งดี จะได้รู้ข้อมูลกว้างขึ้น ยิ่งทำให้น่าสนใจบางทีอ่านจนเพลินลืมเวลาไปเลยก็มี

4.หัวข้ออันไหนสำคัญก็เน้นข้อความนั้น จับใจความสำคัญแล้วเน้นคำเน้นสีตรงที่เราคิดว่าน่าจะใช่ที่สุดไว้ เวลากลับมาอ่านอีกครั้งจะได้จำได้ ไม่ต้องเสียเวลานั่งหาประโยคที่เราต้องเน้นอ่าน

5.ลองอ่านบทท้ายๆก่อนก็ดีนะ บทท้ายๆ อาจจะสรุปเนื้อหา อาจจะครอบคลุมทุกอย่างไว้ให้เราหมดแล้ว ยังไงก็ลองเปิดอ่านคร่าวๆ ให้รู้ว่าเนื้อหามีประมาณไหนบ้าง อย่างน้อยก็ผ่านาเรามาบ้างแล้ว

เอาไปเป็นตัวช่วยให้จำได้แม่นขึ้นหรือจะเสริมเพิ่มเติมให้น้องๆ อ่านเก่งขึ้น จำแม่นขึ้นได้ พี่ๆ ยินดีนะครับ

ชาวนครพนมขุดพบกลองสำริดคาดอายุ2,000ปี

ฮือฮาชาวนครพนม ขุดพบกลองสำริดคาดอายุ 2,000 ปี เป็นกลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ตีในยุคโบราณประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่ จ.นครพนม ได้มีชาวบ้านแตกตื่น ทยอยเดินทางไปขอโชคลาภ หลังทราบข่าวว่า มีการขุดค้นพบกลองโลหะสำริดโบราณ ที่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 11 บ้านคำอ้อม ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายวิไล ศรีแสน อายุ 52 ปี โดยภายหลังการค้นพบ มี นายจันทา ลาดบาศรี อายุ 60 ปี ผู้ใหญ่บ้านคำอ้อม หมู่ 11 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้ นำชาวบ้าน ประกอบพิธี ถวายเครื่องสักการบูชา ดอกไม้ธูปเทียน ตามความเชื่อ เพื่อเป็นการขอพรรับโชคลาภ ยิ่งเป็นช่วงใกล้วันหวยออกต่างมีชาวบ้านเดินทางไปกราบไหว้ขอหวย กันคึกคัก

โดยจากการสอบถาม นายจันทา เปิดเผยถึงที่มาของกลองโบราณ ว่า ขณะที่ นายวิไล ลูกบ้าน ได้ซื้อดินจากผู้รับจ้างขุดดินขาย มาถมที่บริเวณบ้าน จากนั้นได้ได้พบว่า มีสิ่งแปลกปลอมติดมาด้วย พบว่าเป็นกลองโบราณ ตรวจสอบจากข้อมูลที่เคยค้นพบ เรียกว่า กลองพระอบ โบราณ ซึ่งเป็นวัตถุทำขึ้นด้วยสำริด มีรูปร่างคล้ายกับพาน หรือกลอง ด้านในเป็นโพรง มีความสูงขนาด 30 เซนติเมตร ปากด้านบนปิดทึบ

นอกจากนี้บริเวณปากด้านบนที่เป็นเสมือนหน้ากลอง มีรูปปั้นสัตว์เป็นกบ จำนวน 4 ตัว ติดอยู่บนขอบรอบหน้ากลอง เชื่อว่าเป็นการสร้างขึ้นตามความเชื่อโบราณ และยังมีเส้นลวดลายนูนต่ำรอบตัวกลอง ถือว่ามีความประณีตสวยงาม ทดลองตีมีลักษณะดังกังวล มีรอยชำรุดฉีกขาดตามสภาพบริเวณฐานบางส่วน จากการตรวจสอบข้อมูลเชื่อกันว่า เป็นกลองโบราณ เคยมีการขุดพบหลายครั้งในพื้นที่ภาคอีสาน หรือเรียกว่ากลองพระอบโบราณ ซึ่งจะเป็นกลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ตีในยุคโบราณ เพื่อเป็นสัญญาณในการบอกกล่าวเรื่องราว หรือเป็นการตีในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ สันนิษฐานว่าจะเป็นยุคการก่อสร้างองค์พระธาตุพนม อายุเก่าแก่ราว 2,000 ปี

รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ! 2 ด.ช.พังห้องเรียนเละ เสียหายกว่า 4 หมื่น พ่อแม่ร่ำไห้ยอมชดใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เศวต เศวตวิวัฒน์ ผกก.สภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากคณะครู ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ ต.พยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปพังทำลายทรัพย์สินภายในห้องเรียนชั้น ป.6 มีทรัพย์สินในห้องเรียนเสียหายยับเยิน จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.กิตติธัช จันทะเสน พนักงานสอบสวน สภ.พยุห์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปทำการตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารเรียนชั้นเดียวยกพื้นสูง ประมาณ 60 ซ.ม. และจากการตรวจสอบภายในห้องเรียนชั้น ป.6 พบว่า ทรัพย์สินซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอนถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มห้อง และมีการนำเอาหมึกคอมพิวเตอร์มาทาตามบริเวณต่างๆ ลักษณะคล้ายกับเป็นการกระทำของเด็กหรือคนวิกลจริต

จากการสอบสวนเบื้องต้น ในห้วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่ทางโรงเรียนพากันไปทัศนศึกษานอกพื้นที่ และไม่มีใครอยู่เฝ้าโรงเรียน จึงทำให้มีคนร้ายคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2 คน งัดหน้าต่างห้องเรียนเข้ามาภายในห้อง และทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนพังเสียหายยับเยิน

ซึ่งต่อมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนแล้ว คนร้ายเป็นเด็กชาย 2 คน คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ และ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.3 และ ป.4 ของ โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์ ซึ่งได้มีการแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบ และไปทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์
ทั้งนี้ เด็กทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการงัดหน้าต่างเข้าไปรื้อค้นทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนจริง เนื่องจากต้องการเล่นสนุกตามประสาเด็ก โดยไม่คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำผิด ทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด

ซึ่งทางโรงเรียนได้ประมาณการค่าเสียหายแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 60,000 บาท ซึ่งเมื่อพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบแล้วถึงกับร่ำไห้ออกมา เนื่องจากทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานทำน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ส่วนพ่อไม่ได้ทำงานอะไร ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ

ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองกันจนเหลือค่าเสียหายเพียง 40,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้ยอมรับชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

ผกก.สภ.พยุห์ กล่าวว่า ความผิดของเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ ก็ไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด

ตะลุยร้านชาบูและซูชิ สไตล์ชิราคาวาโกะย่านอุดมสุข

สายบุฟเฟ่ต์ ต้องไปจัดกับร้าน Chubu shabu&sushi จัดหนักทั้งชาบู จัดเต็มทั้งซูชิ พูดเลยว่าคุ้มมาก ใครที่ชอบทานทั้งชาบูและซูชิ ต้องห้ามพลาดกับร้าน Chubu shabu&sushi บุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น สไตล์ชิราคาวาโกะแท้ๆ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศและการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เมืองทาคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น เมืองแห่งวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตที่น่าหลงไหล

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งให้มีความคล้ายคลึงและมีกลิ่นอายบ้านโบราณแบบหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เน้นวัสดุจากไม้ธรรมชาติ พื้นที่โปร่งสบาย เหมาะกับการรับประทานบุฟเฟ่ต์แบบครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ เจ้าหมีชุบุ หน้าตาน่ารัก ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำของร้าน โดยเป็นการนำตุ๊กตานำโชค”ซารุโบโบะ”ของชาวญี่ปุ่น มาดัดแปลงใส่หน้าน้องหมีเข้าไป และให้ชื่อว่าชุบุนั่นเอง

เมนูของชุบุ มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิ และแบบเมนู A La Carte โดยบุฟเฟ่ต์จะมีสองราคา ได้แก่ บุฟเฟ่ต์พรีเมียม 499 บาท และชุดจัดเต็มบุฟเฟ่ต์สเปเชียล 799 บาท ที่ขนเมนูเด็ดมากว่า 100 เมนู สามารถอิ่มไม่อั้นกับซูชินิกิริ โรลและมากิ และชาบูสไตล์ชิราคาวาโกะ เต็มอิ่มกับซีฟู้ดและดื่มชาเขียวร้อนและเย็นแบบไม่จำกัด
เมนูซูชิที่นี่เน้นวัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติสไตล์ญี่ปุ่น มีเมนูพิเศษให้เลือกมากกว่า 50 เมนู ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ทั้งแซลมอน เอนกาวะ ปลาไหล เนื้อวากิว และซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ ซูชิฟัวกราส์หลากหลาย เรียกได้ว่าจุใจสุดๆ

สำหรับคนรักการกินแซลมอน ขอแนะนำเมนูแซลมอนอูมามิ เมนูที่รวมทุกส่วนของแซลมอนเอาไว้ในจานเดียว ประกอบด้วย ซาซิมิเนื้อส่วนท้อง เนื้อส่วนลำตัว ไข่และหนังปลาแซลมอนทอดกรอบ เสิร์ฟมาบนน้ำแข็งเย็นๆ

สำหรับทีเด็ดของชาบูร้านนี้คือ เนื้อนั่นเอง โดยเนื้อแต่ละอย่างนำเข้าและคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี มีเนื้อหลากหลายให้เลือก ทั้งสันคอหมู หมูสามชั้น เนื้อสันคอ เนื้อสันนอกและเนื้อบริสเก็ต Australia แต่ที่พิเศษมากๆ คือที่นี่มีเนื้อแกะด้วย สเปเชียลแบบสุดๆ จุ่มในหม้อชาบูร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหลากสไตล์ ได้แก่ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มพอนซึ และน้ำจิ้มงา
จัดเมนูชาบูและซูชิกันไปแล้ว อย่าเพิ่งอิ่ม มาตบท้ายกันด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น อย่างโมจิถั่วแดง และยังมีพานาคอตต้าหลากรสมาให้เลือก ทั้งสตรอเบอรี่ซอส เสาวรส และชาเขียว

ร้าน Chubu shabu&sushi เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – พฤหัส 16.00 – 23.00 น. และวันศุกร์ – อาทิตย์ 12.00 – 23.00 น. มาอิ่มไม่อั้นกันได้ทุกวัน และพบกับโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายจากทางร้าน

ศาลไม่ให้ประกันมือไขควงแทงนศ. คุมส่งคุกอีก 14 โจ๋รอด

ศาลอาญารัชดาพิจารณาไม่ให้ประกันมือใช้ไขควงแทงนักศึกษาตาย คุมส่งคุก ขณะที่ให้ประกัน 14 คน สั่งห้ามข่มขู่พยาน ศาลอาญารัชดาพิจารณาคำร้องขออนุญาตฝากขังผลัดแรก ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายโดยใช้ไขควงแทงศีรษะ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จนเสียชีวิต หลังพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวมาที่ศาล โดยญาติของ นายเดชาธร (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชายรองผู้กำกับการ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือใช้ไขควงแทงผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 7 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราว

โดย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อุกอาจ ไม่เกรงตัวกฎหมาย โดยผู้ต้องหานี้บุกรุกเข้าไปในเคหะสถาน และใช้อาวุธทำร้ายผู้ตาย อีกทั้งในชั้นสอบสวนผู้ต้องนี้รับว่า เป็นคนใช้อาวุธแทงทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ส่วนผู้ต้องหาอื่นๆอีก 14 คนญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 14 คน มีประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 7 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามไปข่มขู่พยาน และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี

หมอใจบุญรับอุปการะ “น้องคิว” สอบติดวิศวะฯ แต่ไร้เงินเรียนต่อ

ความคืบหน้ากรณีที่ นายอธิวัฒน์ วิทย์พิชิตชัย หรือ น้องคิว อายุ 18 ปี นักเรียนโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ภาคเคมี แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมงวดแรกจำนวน 36,700 บาท เนื่องจากแม่ซึ่งเป็นเสาหลักได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา ส่วนพ่อแท้ๆ ก็ทิ้งไปตั้งแต่น้องคิว 4 ขวบ ขณะที่พ่อเลี้ยงหลังแม่เสียชีวิตแล้วก็ไม่เหลียวแลและไม่ให้อยู่ร่วมบ้านด้วย จนนายอธิวัฒน์ หรือน้องคิว ต้องไปขออาศัยอยู่กับนางจันทร์จิรา เกียรตินอก อายุ 43 ปี ผู้เป็นป้า ที่มีอาชีพขายข้าวแกง

หลังจากมีการแชร์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลก็มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือน้องคิวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ล่าสุดนายอธิวัฒน์ พร้อมนางจันทร์จิรา ผู้เป็นป้า ก็ได้เดินทางไปเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยสาขาธานี ที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือจำนวน 36,700 บาท แล้วนำไปโอนจ่ายค่าเทอมผ่านธนาคารกรุงเทพสาขาบุรีรัมย์ ให้กับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามที่มีกำหนดให้จ่ายภายในวัน 13 – 15 มีนาคม 2560 เพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาเรียบร้อยแล้ว
สร้างความดีใจให้กับน้องคิวเป็นอย่างมากที่ได้เข้าศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ตามความฝันและคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนเสียชีวิต

ขณะที่ พ.ญ.เสาวณีย์ แสงอรุณ แพทย์เจ้าของคลินิกแถว ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย พ.ญ.สิริพร วิเชษฐพงศ์ และ นพ.สมเกียรติ วิเชษฐ์พงศ์ แพทย์จากโรงพยาบาล จ.ร้อยเอ็ด ได้ประสานผ่านมายัง นพ.สนธยา วัฒนโกศล คลินิกหมอสนธยา จ.บุรีรัมย์ ว่ามีความต้องการจะช่วยเหลือน้องคิว โดยจะส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี และหากช่วงที่ศึกษาอยู่น้องคิว เจ็บป่วยก็พร้อมจะรักษาให้ฟรี พร้อมระบุด้วยว่าหากเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ ไม่เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ ก็พร้อมจะส่งเสียจนศึกษาจบตามความฝัน พร้อมยังระบุด้วยว่าหากศึกษาจบแล้วก็ไม่ต้องการอะไรตอบแทน เพียงอยากให้น้องคิว เป็นเด็กดี มีงานทำที่มั่นคงสามารถเลี้ยงตัวเองได้และช่วยเหลือสังคมเท่านั้น

นายอธิวัฒน์ หรือน้องคิว ได้กล่าวขอบคุณผู้ใจบุญทุกคนที่บริจาคเงินช่วยเหลือ และผู้ที่ส่งกำลังใจมาให้ซึ่งขณะนี้ก็มียอดเงินเพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อได้ตามความฝันแล้ว และได้ปรึกษากับป้าถึงการวางแผนใช้จ่ายเงินที่ได้รับบริจาคให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด ตามจุดประสงค์ของผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาบริจาคช่วยเหลือมา โดยหลักๆ คือแบ่งไว้เป็นค่าเทอมปีละ 2 เทอม เป็นระยะเวลา 4 ปี ที่เหลือก็เป็นค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างศึกษาจนจบ และหากศึกษาจบตามฝันและได้ทำงานที่เพียงพอเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะตอบแทนบุญคุณของป้าที่ดูแลมาตลอด และหากมีอะไรที่ทำเพื่อสังคมได้ก็พร้อมจะทำ ที่สำคัญหากมีงานที่มั่นคงแล้วก็พร้อมจะช่วยเหลือน้องๆ ที่ขาดโอกาสเหมือนกับตนเองเหมือนกับที่ตน ได้รับโอกาสจากผู้ใจบุญเช่นกัน

ด้านนางจันทร์จิรา เกียรตินอก ป้าน้องคิว บอกว่า ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยเหลือหลานชาย จนมีค่าเทอมได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตามฝัน ซึ่งตนก็จะช่วยดูแลการใช้จ่ายเงินของหลานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าตามเจตนาของผู้ที่บริจาคช่วยเหลือ ส่วนยอดเงินที่บริจาคมาช่วยเหลือขณะนี้ก็เพียงพอที่จะส่งเสียหลานชายได้ศึกษาจนจบแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยยอดเงิน เพราะหลังจากเป็นข่าวว่ามีเงินบริจาคมาเป็นจำนวนมากก็มีญาติเริ่มมาคุกคามแล้ว จึงเกรงความไม่ปลอดภัยของหลานชาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะปิดบังแต่อย่างใด หากผู้ใจบุญต้องการทราบยอดก็สามารถโทรมาสอบถามโดยตรงได้

“หลวงพ่อปรีชา” เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต หัวหิน ประกาศสึกฟ้าผ่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผ่านเฟซบุ๊ก วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า พระครูบรรพตพัฒนคุณ (หลวงพ่อปรีชา) อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัด ได้ทำการสึกแล้ว โดยระบุข้อความดังนี้

“ขอให้ลูกศิษย์ทุกท่านโปรดอ่านข้อความด้านล่างนี้นะคะ…ท่านฝากเอาไว้เท่านี้ค่ะ
บวชมา 33 ปี มีตำนานเล่าว่า โยมแม่เป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย หมอบอกว่าอยู่อีก 6 เดือน บวชมาโดยไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นานแบบนี้ ได้ไปบนหลวงพ่อขาว ถ้าโยมแม่ไม่ตายภายใน 6 เดือน จะบวชให้ 30 พรรษา และอธิฐานว่าจะอยู่เท่ากับรัชกาลที่ 9 ถ้าสิ้นพระชนม์เมื่อใดถือว่าหมดสัญญา อยู่มาเกิน 3 ปีแล้ว 33 พรรษา ลาภยศ สรรเสริญ ชื่อเสียง ไม่ยึดติด บวชมาทำแต่ความดี ช่วยเหลือพระพุทธศาสนาทุกวัดทุกอาราม ช่วยเหลือสังคม พร้อมทั้งคนยากจน ไม่เคยขาด

ตั้งแต่บวชมาสร้างวัดสร้างวาจนเจริญ ไม่เคยขาดความเมตตาต่อทุกคน แม้กระทั่งช้างม้าวัวควาย สัตว์ต่างๆ ภายในวัด ไม่เคยบกพร่องแม้แต่ชีวิตเดียว ไม่เคยโกหก ไม่เคยทำลายชื่อเสียงผู้อื่น ไม่เคยอยากได้อะไรจากผู้อื่น ไม่เคยขอข้าวของต่างๆ จากผู้หนึ่งผู้ใด แม้กระทั่งปัจจัย ไม่เคยเบียดเบียนญาติโยม ทำทุกอย่างถึงที่สุด

ไม่เคยขัดแย้งกับพระกับเณรกับชี ส่งเสียให้เล่าเรียน ลูกศิษย์ทั้งหลายได้ดิบได้ดี เป็นครูบาอาจารย์ เป็นปลัดอำเภอ เป็นนายร้อยจปร. 21 นายร้อย เป็นผู้พิพากษา 2 ท่าน เราไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีตำหนิใดๆ กับผู้หนึ่งผู้ใด แม้กระทั่งญาติโยมและพระภายในวัด มีทั้งหมด 11 สาขา ล้วนแต่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ สร้างวัดวาอารามเจริญรุ่งเรืองทุกวัด เราทำดีที่สุดแล้ว

เราไม่อยากทำให้พระพุทธศาสนาด่างพร้อยเพราะเรา เราชอบชนไก่เป็นชีวิตจิตใจ เริ่มแรกที่เลี้ยงไก่ชน เพราะเป็นไก่ของสมเด็จวัดชนะสงครามองค์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ออกลูกออกหลานมาเต็มวัด และเคยบริจาคให้กับประชาชนเอาไปแกงเอาไปกินเอาไปขาย ไม่ทำตามสัญญาว่าขอไปเพาะเลี้ยงทำพันธุ์

จึงเลี้ยงดูต่อสู้ตีกันตายทุกวัน จึงเลี้ยงเอาไปชนเพื่อเปิดให้สัตว์เดรัจฉานสร้างกุศลผลบุญ เวลาไปชนทุกครั้งจะเก็บปัจจัยรวบรวมทำบุญสร้างวัดเขาอิติสุคโต สร้างบ้านคนจน 11 หลัง รวมเป็นเงินหลายล้านบาท
และเราก็ชอบ เลิกไม่ได้ สักวันหนึ่งจะต้องมีทุกข์มีภัยในการชนไก่ของเรา เพราะเราเลิกไม่ได้ ทนให้เขาตำหนิติติงมานานแล้ว อีกอย่างเคยขอร้องพระสาขาที่มีเรื่องกับข้าราชการ ได้ไปขอร้องผู้ว่าราชการประจวบคีรีขันธ์ หากย้ายข้าราชการคนนี้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างพระกับข้าราชการในพื้นที่

ท่านผู้ว่าได้ย้ายข้าราชการคนนั้นแล้ว จะให้ยุติการฟ้องร้อง แต่พระสาขาไม่ทำตามสัญญา ผิดสัจจะวาจากับผู้ว่าฯ เราละอายใจยิ่งนัก ที่รับปากผู้ว่าฯ จะยุติเรื่อง แต่พระสาขาไม่ยอมเชื่อ จึงรับผิดชอบปิดตำนานเกจิอาจารย์วัดเขาอิติสุคโต (ลาสึก)

อย่ามายึดติดบุคคล ศาสนาก็ดำรงค์อยู่ ขอให้ช่วยวัดเขาอิติสุคโต เราก็จะไม่ไปไหน ก็จะอยู่ช่วยทะนุบำรุงวัดเขาอิติสุคโตจนชีวิตหาไม่ ส่วนเครื่องรางของขลังที่ออกไปนั้น ไม่ต้องกลัวเสื่อม ให้เก็บเอาไว้ให้ดี จะมีราคาควรเมืองในวันข้างหน้า

และอยากบอกว่าคนที่เราให้แสงสีทองไปเพื่อประกวดนางงามและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จึงให้ไป แต่ไม่ทำตามสัญญา ไม่ยอมเอาแสงสีทองที่หลวงพ่อมอบให้มาคืน ไม่รักษาสัจจะวาจา แสงสีทองนั้นปฏิบัติได้มา ไม่ยอมเอามาคืนตามสัญญา เราอยู่ไม่ได้แล้ว เราถือสัจจะวาจายิ่งกว่าชีวิต จึงขอปิดตำนานเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต

ขอออกความคิดเห็นเรื่องท่านเจ้าอาวาส ให้พระนกรักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโตไปก่อน ให้พระกิตเป็นรองเจ้าอาวาส เมื่อถึงเวลา พระที่ไปเรียนวิปัสสนาอยู่ที่พม่า ให้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อ ขอฝากไว้แค่นี้”

ทั้งนี้ ได้มีลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย เนื่องจากหลวงพ่อปรีชาเป็นพระนักพัฒนา จนมีถึง 11 สาขา และบวชมานานถึง 33 พรรษา

“น้ำมันมะกอก” ชนิดไหนใช้ทอด ผัด หรือทานกับสลัด?

olive oilมีใครสงสัยเรื่องประเภทของ “น้ำมันมะกอก” หรือเปล่า ทำไมบางชนิดใช้ทอดได้ บางชนิดใช้ใส่ในสลัดได้ แล้วเราจะเอาชนิดที่ใส่สลัดไปทอดได้หรือเปล่า จะอธิบายให้ฟังค่ะ

ประเภทของน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (extra virgin)  น้ำมันมะกอกประเภทนี้เป็นน้ำมันมะกอกที่มีสีเขียวเข้ม ไดด้มาจากการบีบเอาน้ำมันออกมาจากมะกอกสดๆ ดังนั้นจึงเป็นน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดในบรรดาน้ำมันมะกอกทุกประเภท และมีราคาสูง ใช้ทานสดๆ แบบผสมเป็นน้ำสลัด หรือทำเป็นซอสพาสต้าได้ แต่ต้องไม่ผ่านความร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำมันมะกอกสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไป และไขมันดีก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีต่อร่างกายแทน

ควร : นำไปผสมในน้ำสลัด ซอสต่างๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการในการทอด หรือผัด

2. น้ำมันมะกอกเวอร์จิ้น (virgin) เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่ได้จากการบีบสดจากลูกมะกอกเหมือนกัน แต่ผลมะกอกจะแก่กว่า มีคุณภาพรองลงมาจากน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น ดังนั้นยังถือว่าดีต่อสุขภาพเหมือนกัน แค่ราคาจะถูกกว่าเล็กน้อย

ควร : นำไปผสมในน้ำสลัด ซอสต่างๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการใช้การทอด หรือผัด

3. น้ำมันมะกอกแบบผสม (olive oil หรือ pure olive oil)  เป็นน้ำมันที่ผสมผสานกันระหว่าง น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น กับน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารเข้าไป ทำให้ได้ออกมาเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น แต่เพิ่มเติมคือทนความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถนำไปประกอบอาหารโดยผ่านความร้อนแบบเร็วๆ ได้ แต่ก็ยังทอดไม่ได้ เพราะคุณค่าทางสารอาหารในน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นก็จะหายไป กลายเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนเดิม

ควร : นำไปใช้ผัดอาหารแบบเร็วๆ เช่นผัดผัก ข้าวผัด

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการใช้ทอดอาหารนานๆ เด็ดขาด

4. น้ำมันมะกอกแบบผ่านกรรมวิธี (Refined Olive Oil, Light Olive Oil, Extra Light Olive Oil)  เป็นน้ำมันประเภทข้างบนแบบเพียวๆ โดยที่ไม่มีน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นผสมอยู่ ยังถือว่ามีคุณค่าทางสารอาหารดีๆ อยู่บ้าง แต่ก็หายไปบ้างจากการสกัดเอาสี กลิ่น รส เดิมออกไปโดยผ่ายกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน ทำให้นำมันค่อนข้างใส และมีราคาไม่สูง แต่สามารถทนความร้อนได้สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ควร : นำมาใช้ทอดอาหารได้นานยิ่งขึ้น เช่น ทอดหมู ไก่ ปลา

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการนำมาทานสดๆ ผสมน้ำสลัด หรือผสมซอส

5. น้ำมันกากมะกอก (olive pomace oil)  มาจากการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากกากมะกอกอีกที แล้วนำไปผ่านกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอกเกรดคุณภาพต่ำที่สุด แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภททอดที่ใช้เวลานาน แต่ก็มีค่าไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายสูงกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่นๆ เช่นกัน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก

ควร : นำมาใช้ทอดอาหารได้นานยิ่งขึ้น เช่น ทอดหมู ไก่ ปลา

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการนำมาทานสดๆ ผสมน้ำสลัด หรือผสมซอส

หากอยากรู้รายละเอียดของน้ำมันแต่ละประเภท กับไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวอย่างละเอียด สามารถอ่านได้นะคะ

5 อาหารต้านมะเร็งราคาถูก หาทานง่าย

Rice in bowlอาหารต้านมะเร็ง ไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของแคปซูล หรือธัญพืชจากเมืองนอกราคาแพงๆ เสมอไป เพราะพืชผักผลไม้ในบ้านเรานี่แหละ ที่เป็นยาชั้นดีที่จะช่วยป้องกันโรคได้สารพัด รวมไปถึงโรคที่ทุกคนกลัวอย่างโรคมะเร็งด้วย มีอาหารชนิดใดที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันค่ะ

1. มะเขือเทศ
มะเขือเทศจัดเป็นผักชนิดหนึ่งที่มีสีอื่นนอกไปจากสีเขียว สีแดงขิงมะเขือเทศบ่งบอกว่า มะเขือเทศเป็นพืชที่มีคุณค่าทางสารอาหารแตกต่างไปจากผักสีเขียวตามปกติ นั่นก็คือ “ไลโคปีน” นั่นเอง ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด เป็นต้น เพราะฉะนั้นถึงมีคำกล่าวว่า ผู้ชายให้ทานมะเขือเทศปรุงสุก (เพื่อป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก) และผู้หญิงให้ทานมะเขือเทศสด (เพื่อรับวิตามินซีมาบำรุงผิวพรรณ)

2.กระเทียม
กระเทียมเป็นหนึ่งในกลุ่มของผักสีขาวที่มีสารบีตาแคโรทีน ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้ช่วยป้องกันมะเร็งได้ดีขึ้น งานวิจัยพบว่า การบริโภคกระเทียมช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งเต้านมได้

3.ดอกอัญชัญ
ดอกอัญชัญจัดว่าเป็นพืชตระกูลสีม่วง ที่มีสารแอนโทไซยานิน ที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง และเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพณณ์ให้ชุ่มชื่นอีกด้วย

4.สับปะรด
สับปะรดนอกจากจะให้รสชาติหวานฉ่ำแซมเปรี้ยวที่เรียกความสดชื่นให้กับร่างกายได้ตั้งแต่ทันทีที่ทานแล้ว ยังเต็มไปด้วยวิตามินซี เบตาแคโรทีน และแมงกานีส ที่ช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และยังช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

5.ข้าวกล้อง
ความดีงามของข้าวกล้องให้อธิบายยังไงก็ไม่หมดจริงๆ นอกจากจะเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต หรือแป้ง ที่ดีต่อร่างกายของเรา เหมาะสำหรับใครอยากลดน้ำหนัก หรืออยากหันมาทานคลีนแล้ว ยังมีวิตามินบีที่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ป้องกันโลหิตจาง และยังลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย
เห็นไหมล่ะคะ ว่าอาหารที่ช่วยต้านมะเร็ง อยู่ใกล้ๆ ตัวเราทั้งนั้น แล้วยังหาซื้อทานได้ง่าย ราคาย่อมเยา ไม่มีความจำเป็นต้องไปซื้ออาหารเสริม หรือธัญพืชจากต่างประเทศก็ได้ แต่ถ้าใครสะดวกหาทานแบบไหน ก็เอาตามที่สบายใจจะดีกว่าค่ะ ถือว่าเพิ่มเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายเงินเยอะแล้วกันเนอะ

สิ่งสำคัญคือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ไม่ว่าโรคไหนก็ไม่เข้ามากร้ำกรายแล้วล่ะค่ะ