อย่างกับบอยแบนด์.. ชาวโซเชียลแห่เทียบรูป “บิ๊กตู่” คู่หนังฮิต

ทีมนิวมีเดีย PPTV รวบรวม “meme” ภาพตัดต่อ “พลเอกประยุทธ์” เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง ที่คล้ายกับฉากในภาพยนตร์วัยรุ่นญี่ปุ่นชื่อดัง อย่าง Crows Zero “เรียกเขาว่าอีกา”

หลังจากที่สำนักข่าว PPTV ได้นำเสนอภาพ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปยังตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง

โดยภาพดังกล่าวกลายเป็นที่ชื่นชอบของชาวเน็ต มีจำนวนไลค์มากกว่า 24,000 ครั้ง และแชร์มากถึง 14,000 ครั้ง นอกจากนี้ หลายคนยังแสดงความคิดเห็นระบุว่า ภาพนายกรัฐมนตรีเดินพร้อมผู้ติดตาม ละม้ายคล้ายกับ ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Crows Zero “เรียกเขาว่าอีกา” รวมถึงคล้ายกับฉากในภาพยนตร์อื่นๆอีกเช่น ดิ เอ็กซ์เพ็นเดเบิลส์ รวมถึงการ์ตูนเรื่องจอมเกบลูส์

ล่าสุดชาวเน็ตนำภาพดังกล่าวไปตัดต่อล้อเลียน จนกลายเป็น meme หรือ “มีม” ภาพล้อเลียนสไตล์ขำๆ ที่ปัจจุบันชาวออนไลน์นิยมนำภาพคนดังมาตัดต่อ สำหรับใช้คอมเมนต์หรือแชร์ต่อ เพื่อสร้างอรรถรสที่เหนือกว่าข้อความธรรมดา จะอรรถรสมากน้อยขนาดไหนไปชมพร้อมกันเลย

โดยก่อนหน้า ภาพท่านั่งแอบเหงาบนรถไฟของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างพิธีเปิดเดินรถไฟโดยสารชั้น 3 หลังทำการปรับปรุงใหม่ ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ ที่ PPTV PHOTO ได้นำเสนอไป ก็ฮิตและเป็นที่พูดถึงไม่แพ้กัน

สะเทือนใจ โจ๋ตามยิงถล่มคู่อริ กระสุนพลาดโดนป้านั่งเลี้ยงหลาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติๆ และเพื่อนบ้านชุมชนโฉลกรัฐ เมืองสุราษฎร์ธานี ร่วมกันทำพิธีรดน้ำศพ นางสมบูรณ์ อายุ 67 ปี ณ วัดโพธิ์นิมิตร ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังเหตุการร์ที่ นางสมบูรณ์ ถูกลูกหลงจากกลุ่มวัยรุ่นที่บุกมายิงกลุ่มเพื่อนหลาน แต่กระสุนถูกนางสมบูรณ์และเสียชีวิต เมื่อวานนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงาน

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น ภายในซอย อ.ส.5 หมู่ที่ 1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นายสราวุธ อายุ 28 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกลุ่มเพื่อนของหลานๆ ซึ่งเป็นวัยรุ่น มานั่งเล่นกันที่บ้าน ส่วนตนกับแม่อยู่ที่หน้าบ้าน กำลังดูแลหลานชายอายุ 5 ขวบที่วิ่งเล่นอยู่
จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน ทุกคนใส่หมวกกันน็อก ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ 3 คัน และเมื่อเห็นกลุ่มหลานที่เป็นวัยรุ่นกำลังนั่งจับกลุ่มกัน จึงได้ใช้อาวุธลูกซอง 3 กระบอกยิงใส่มาในกลุ่ม แต่เกิดพลาดกระสุนมาถูกแม่ของตนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุตนรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจมาก ทั้งนี้จากการสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ที่บ้านเกิดเหตุ หนึ่งในนั้นเป็นหลานของผู้เสียชีวิต ทราบว่าก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง อาจจะเป็นไปได้ว่ากลุ่มนั้นมาเอาคืนก็ และจากการสอบสวนเบื้องต้น พอจะรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งทางชุดสืบสวนจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทีมชาติไทยต้องอยู่กับ “ความจริง”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเชื่อว่าแฟนฟุตบอลไทยหลายคนคงผิดหวังกับเกมที่เจอกับ “ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย” คาบ้าน 0-3 ไม่น้อย เพราะโอกาสในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟในฐานะทีมอันดับ 3 ของกลุ่มริบหรี่เหลือเกินกับ 1 แต้มจาก 6 นัดแม้ว่าจะเหลือเกมในมืออีก 4 นัดก็ตาม เพราะตามหลักทฤษฎีเราต้องชนะรวดในเกมที่เหลือละลุ้นอย่าให้ “ทีมชาติออสเตรเลีย” ชนะได้เป็นอันขาด

แน่นอนว่า เกมนี้ขุนพลช้างศึกทำเต็มที่แล้วแต่ผู้มาเยือนทำได้ดีกว่า ยิ่งความได้เปรียบก่อนลงสนามเรื่องของรูปร่างและทักษะที่เหนือกว่าซึ่งส่งเกตได้ในเกมว่ามีหลายครั้งที่นักเตะคู่แข่งพยายามใช้เกมโยนยาวบอมบ์เข้าใส่กรอบเขตโทษของไทย อย่างลูกแรกที่เสียก็มาจากลูกโยนเข้ามา ลูกที่สองก็เป็นการผ่านบอลเข้ามาจากริมเส้น และลูกทีมสามมาจากจังหวะสวนกลับเร็ว

มาถึงตรงนี้คงต้องยอมรับ “ความจริง” ว่าขุนพลช้างศึกของเราในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาขึ้นมาจนเหนือกว่าระดับภูมิภาค “อาเซียน” พอสมควร แต่ถ้าในระดับทวีป ถือว่ายังเป็นรองหลายๆทีมไม่ว่าจากเอเชียตะวันออกอย่าง “ญี่ปุ่น” หรือ “เกาหลีใต้” รวมถึงบรรดาทีมจากตะวันออกกลางทั้งหลาย

ดังนั้นไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนโยบายของนายกสมาคม “พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆมากมากนับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรดานักเตะเยาวชนหรือดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติในยุคต่อไป

เพราะฟุตบอลถึงโค้ชจะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถบันดาลชัยชนะให้ได้ตลอดด้วยเหตุผลที่ว่า “เกมลูกหนัง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องโค้ชเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึง “ทักษะ” “ความสามารถ” “ฝีเท้า” ที่ขึ้นอยู่กับนักเตะภายในทีม รวมทั้ง “การเล่นเป็นทีม” “ความเข้าใจกันของนักเตะ” ซึ่งมีความแตกต่างกัน นักเตะแต่ละคนมาจากต่างสโมสรต่างที่ ไม่ได้เล่นฟุตบอลทีมเดียวกันทุกวัน

ไม่นับปัจจัยอื่นที่ใกล้เข้ามาหน่อย อย่าง “สภาพความฟิต” ก่อนเกม หรือนักเตะบางคนเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่นักเตะคู่แข่งกำลังอยู่ในช่วงฟิตสุดๆ ดังนั้นศักยภาพของนักเตะที่ออกมาในสนามก็ไม่เหมือนกันซึ่งบางทีปัจจัยบางอย่างก็อาจจะทำให้ทีมที่เป็นรองกว่าพลิกล็อกล้มยักษ์ได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่ก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนปัจจัยภายนอก เรื่องของ “ดิน ฟ้า อากาศ” หรือ “ผู้ตัดสิน” ก็มีส่วนได้ในบางครั้ง ทำให้ต่อจากนี้คงต้องมองถึงการพัฒนานักเตะที่กำลังจะขึ้นมาเพื่อความยั่งยืน คงมาหวังรอประเภท “นักเตะฟ้าประทาน” หรือพวก “อัจริยะลูกหนัง” ที่จะขึ้นมานานทีปีหนเหมือนสมัยก่อนก็คงไม่ได้

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการสร้าง “นักเตะรุ่นใหม่ๆที่จะขึ้นมา” ให้พร้อมที่สุด ดีที่สุดเพื่อจะก้าวขึ้นไปต่อกรกับคู่แข่งในระดับที่สูงกว่าอย่างทวีปหรือความฝันที่จะขึ้นไปในระดับโลก ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้

ถ้าจำกันได้ เกมแรกที่เราไปเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” เกมนั้นขุนพลทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเกือบได้ผลเสมอกลับไป ถ้าไม่เจอพิษของผู้ตัดสินชาวจีน “หม่า หมิง” ซะก่อน หรือในรอบก่อนหน้านี้เราเคยตีเสมอซาอุหลังจากถูกนำไปก่อนสองลูกจนผลการแข่งขันออกมา 2-2 มาแล้ว นั้นคงเป็นอีกเหตุผลที่นักเตะเศรษฐีน้ำมันเล่นกับเราแบบไม่มีประมาทและเชื่อว่าเตรียมตัวมาดีก่อนเกมแน่

สุดท้ายเกมของทีมชาติไทยล่าสุดที่แพ้ ก็คงโทษใครไม่ได้เพราะภาพที่เห็นคือ “ความจริง” สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คือ “ยอมรับ” และ เตรียมตัวสำหรับนัดต่อไปกับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ในสัปดาห์หน้าให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง

แล้วแต่เลย! “อดีตโค้ชผี” บอก “คีน” เก่งกว่า “ฮุมเมลส์” อีก

พอล แม็คกินเนสส์ อดีตโค้ชทีมเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้คำแนะนำแก่ โชเซ่ มูรินโญ่ ว่าให้รีบดึงตัว ไมเคิ่ล คีน เซ็นเตอร์แบ็คของทีมเบิร์นลีย์ เข้ามาขันน็อตให้แนวรับโดยเร็วที่สุด

ในอดีต กองหลังวัย 24 ปี เคยเป็นนักเตะก้นหม้อของ ปีศาจแดง มาก่อน แต่หลังจากถูกปล่อยตัวออกไปเขาก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นแข้งน่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง ณ เวลานี้ แถม แม็คกินเนสส์ ยังเอ่ยปากชมซะคอบอลต้องทำตาโตเลิกคิ้วว่า “เก่งกว่า แมตส์ ฮุมเมลส์” ปราการหลังดีกรีแชมป์โลกเสียอีก

“เมื่อปีที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเป็นข่าวกับ ฮุมเมลส์ ซึ่งถ้าคุณได้ดูเกมล่าสุดที่ อังกฤษ เจอกับ เยอรมนี และต้องการมองหาใครสักคนที่จะมาเป็นอนาคตของสโมสรแล้วล่ะก็ ควรจะเลือก ไมเคิ่ล คีน มากกว่า ฮุมเมลส์ นะ นี่ผมพูดจริง” แม็คกินเนสส์ กล่าว

“เขามีความว่องไวกว่า เก่งกว่าในการแย่งลูกกลางอากาศ แถมดูแล้วยังเล่นกับบอลได้ดีกว่าด้วย จะขาดอย่างเดียวก็คือ ประสบการณ์ที่น้อยกว่า ฮุมเมลส์”

“แต่สิ่งสำคัญคือ คีน รู้จัก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี เขาเคยเล่นที่นี่มาก่อน แถมยังมีเซนส์บอลสูงมากด้วย ส่วนตัวผมมองว่าเด็กคนนี้แหละจะก้าวขึ้นไปเป็นแข้งตัวท็อปได้ในอนาคตอันใกล้”

“การเล่นกับลูกบอลของเขานั้นไหลลื่นเนียนตา หรืออย่างน้อยก็ดีกว่าบรรดาผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คทุกคนที่ ยูไนเต็ด มีอยู่ตอนนี้ จัดไปเถอะ เด็กคนนี้ประสบความสำเร็จแน่”

แอบชอบตัวท็อปในที่ทำงาน ต้องทำอย่างไรบ้างให้เขาสนใจ

มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่บางครั้งความใกล้ชิดในการทำงาน จะทำให้หัวใจอันบอบบางของผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเรานั้นต้องเกิดความหวั่นไหว เมื่อชอบไปแล้วจะให้ทำอะไรได้ งานนี้ ขอแนะนำให้เหล่าหญิงสาวเชิงรุกยุคใหม่เป็นฝ่ายเปิดเกมไปเลย แต่เมื่อจะเริ่มเล่นแล้วจะให้กระโดดลงสนามไปโดยไม่วางแผนก็อาจจะต้องเจ็บตัวกลับมา เราเลยมีกลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเราได้เอาไปลองใช้กัน แล้วถ้าใครได้ ใครโดนก็อย่าลืมมาบอกกันหน่อยล่ะ!

กลยุทธ์ที่ 1 ทำงานเก่งให้ผู้ชายเหลียวหลัง
เพราะผู้ชายในออฟฟิศไม่เหมือนกับเวลาเราเจอผู้ชายตามผับตามบาร์ ไม่ต้องแอ๊บซื่อหรือทำตัวแบ๊วๆ ในที่ทำงาน เพราะเชื่อเราสิว่าผู้หญิงที่ทำงานเก่ง สวย ฉลาดน่ะดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน ยิ่งเราแสดงให้เห็นศักยภาพในการทำงานร่วมกับเขา คุณก็จะยิ่งดูน่าสนใจ แถมคิดดูสิ…การช่วยกันทำงานก็ยิ่งเปิดโอกาสให้คุณและเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นไปด้วย

กลยุทธ์ที่ 2 ลองทำตัวไม่รู้บางเรื่องดูบ้าง
อย่าเก่งเกินจนทำให้เขารู้สึกกลัวคุณ ลองถามความเห็นเขาบ้างในบางเรื่องให้เขาได้มีโอกาสแสดงความคิดหรือให้คำแนะนำ เพราะธรรรมชาติของผู้ชายคือเพศแห่งผู้นำ ให้เขาได้มีความภาคภูมิใจกับตัวเองบ้าง ซัพพอร์ทความคิดของเขาบ้าง เมื่อคุณรับฟังเขา เขาจะค่อยๆ รู้สึกถึงความสนใจและเห็นความน่ารักในตัวคุณ
กลยุทธ์ที่ 3 ใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยของเขา
ลองนึกถึงตัวเองที่เวลาทำงานเหนื่อยๆ แล้วมีคนมาคอยถามคอยห่วงใยดูบ้างสิ ว่ามันชื่นใจขนาดไหน หรือการจำวันสำคัญของเขาอย่างวันเกิด ซึ่งเดี๋ยวนี้ทั้งเฟสบุ๊คหรือในระบบ HR มีเตือนกันอยู่แล้ว หรือจะเป็นความดูแลเล็กๆ น้อยๆ อย่างกาแฟสักแก้วยามเช้า หยิบยื่นของว่างช่วงบ่ายๆ เชื่อได้ว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนแน่นอน!!!

กลยุทธ์ที่ 4 สร้างกิจกรรมหลังเลิกงาน
มันไม่แปลกหรอกที่เพื่อนร่วมงานจะมีกิจกรรมร่วมกันนอกเวลางานบ้าง อย่างช่วงนี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาก็อาจจะชวนเหล่าเพื่อนร่วมงานรวมถึงเขาออกกำลังกายด้วยกันหลังเลิกงานก็ได้ หรือจะชวนกันไปนั่งจิบเบาๆ ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายก็ช่วยสร้างความใกล้ชิดให้คุณกับเขา แต่อย่าเกร็งหรือพุ่งชนจนเกินไป ทำตัวสบายๆ เป็นตัวของตัวเอง ค่อยให้เขารู้สึกทีละเล็กทีละน้อย เชื่อว่าสักวันต้องเป็นเขาเองนั่นล่ะ ที่เอ่ยปากชวนคุณก่อนบ้าง

กลยุทธ์ที่ 5 มาทำงานด้วยลุคเป๊ะทุกวัน
ว่ากันว่าช่วงที่แอบชอบใครผู้หญิงเราจะสวยขึ้นเว่อร์ๆ ไม่ว่าจะต้องทำงานดึก ปั่นโปรเจคท์จนหัวฟู แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้ดูแลตัวเอง แต่งตัวให้สวย แต่งหน้าให้มีสีสัน อย่าปล่อยให้ตัวเองโทรมเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องของทรงผมและสีผมที่บางครั้งผู้หญิงเราชอบละเลย แต่จริงๆ แล้วทรงผมนี่มีผลต่อลุคสวยในทุกวันของเรามากๆ แถมบางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องของการทำงานเครียดจนเกิดผมขาวก็อย่าลืมทำสีผมปกปิดให้ดูสดใสด้วย

ซึ่งการทำสีผมนั้นก็สามารถมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน พร้อมกับการบำรุงทุกขั้นตอนการทำสีและปกปิดผมขาวแนบสนิท ให้ผมสวยไม่มีเสียมั่นใจในทุกวัน อย่าง โลแลน อโรมา โรส ที่มาพร้อมกับโฉมใหม่เพิ่มสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Rose Hip Oil ที่มีคุณสมบัติช่วยให้สีผมติดทนนาน ช่วยให้ผมไม่แห้งเสีย ดูมีสุขภาพดี และมาพร้อมกับโทนสีธรรมชาติ ที่เรารับรองว่าคุณจะได้ลุคสุดปังจนเป็นที่ต้องตาต้องใจหนุ่มๆแน่นอน

เป็นอย่างไรบ้างกลยุทธ์ของ Sanook! Women ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ยังไงเราขออวยพรให้สาวๆ ที่กำลังอินเลิฟหนุ่มๆ ในออฟฟิศได้ฟินสมหวังกันทั้งหมด เป็นเวิร์คกิ้งวูแทนที่ทั้ง Lucky in Game และ Lucky in Love กันให้ครบไปเลย!

นอนอย่างไรให้ผิวสวย เคล็ดลับง่ายๆ ที่สาวอยากผิวสวยไม่ควรพลาด !

สุขภาพผิวที่ดี ใครๆ ก็อยากได้ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว สุขภาพผิวที่ดี ถือเป็นสิ่งที่ปรารถนาเอามากๆ เลยก็ว่าได้ แต่ปัญหาคือ หญิงสาวหลายคนกำลังประสบกับปัญหาการมีสุขภาพผิวที่แย่ลงทุกวัน อาจด้วยสาเหตุจากการเผชิญสภาพอากาศที่เป็นมลพิษ รวมทั้งการกินอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดีได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ จากการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามอ่านพร้อมๆ กันเลยค่ะ

นอนให้ถูกท่า แน่นอนว่าการนอนที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นการเข้านอนให้ตรงเวลา หรือนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยังรวมไปถึงการนอนให้ถูกท่าด้วยเช่นกัน เพราะการนอนให้ถูกท่าจะช่วยทำให้คุณหลีกเลี่ยงจากการเกิดริ้วรอยบนใบหน้านั่นเอง สำหรับใครที่ชอบนอนในท่าหงาย บอกไว้เลยว่านั่นเป็นท่านอนที่ไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าง่ายๆ แต่สำหรับท่านอนคว่ำหรือตะแคง อาจจะส่งผลทำให้เกิดแรงกดทับได้ โดยเฉพาะในบริเวณแก้มและคาง จึงทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างไม่รู้ตัว
นอนให้ตรงเวลาและเพียงพอต่อความต้องการร่างกาย  การเข้านอนให้ตรงเวลา และช่วงเวลาในการเข้านอนที่ดีที่สุดคือ ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำ มันไม่เพียงแต่จะทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย เนื่องจากการทำงานของระบบภายในร่างกายในส่วนต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังควรนอนให้เพียงพอ โดยเฉลี่ยต่อวันแล้ว คนเราควรนอนให้ได้ประมาณ 7-8 ชั่วโมง ที่สำคัญไม่ควรนอนดึก เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนออกมาได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ร่างกายแย่ลง สุขภาพผิวก็ไม่ดีตามไปด้วย

จัดบรรยากาศห้องนอนให้มีความเหมาะสม  บรรยากาศของห้องนอนจะต้องไม่มีเสียงรบกวนหรือมีแสงสว่างมากจนเกินไป เพราะนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังทำให้หลับๆ ตื่นๆ จนส่งผลให้ประสิทธิภาพในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายลดลงตามไปด้วย สุขภาพผิวก็คงจะแย่ลงไม่ต่างกัน

สำหรับใครที่หวังอยากมีสุขภาพผิวที่ดีแบบธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องพึ่งการใช้ครีมราคาแพง แนะนำให้หันมานอนอย่างมีประสิทธิภาพตามที่เราได้แนะนำไปข้างต้นกันค่ะ เมื่อร่างกายสามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสที่ระบบในส่วนต่างๆ ของร่างกายจะทำงานเป็นปกติก็ย่อมสูงขึ้น และแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลทำให้ผิวของคนเรามีสุขถาพผิวที่ดีตามไปด้วยนั่นเอง

ยกนิ้วให้เลย! “ปาเกียว” ทึ่งไฟต์ “ศรีสะเกษ VS. โรมัน” สุดมันส์

แมนนี่ ปาเกียว ยอดกำปั้นชาวฟิลิปปินส์ผู้โด่งดัง ถึงกับต้องออกปากชมหลังได้ชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ของสภามวยโลก (WBC) ระหว่าง โรมัน กอนซาเลซ กับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดยหลังการชกจบลง โคตรมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่ประทับใจกับการยืนหยัดแลกหมัดกันของทั้งคู่ ได้ทวิตข้อความลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า “ผมรู้สึกสนุกที่ได้ดูพวกเขายืนแลกหมัดกัน ไม่ใช่แย็บแล้ววิ่งตลอด 12 ยก, นี่ซิคือการชกมวย!” ซึ่งถือเป็นการเหน็บคู่กัดอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ที่มีสไตล์การแย็บแล้วหนีอีกด้วย

พร้อมกันนี้ ปาเกียว ยังกล่าวถึง โรมัน กอนซาเลซ นักชกชาวนิการากัวผู้พ่ายแพ้เป็นครั้งแรกว่า “ผมขอแสดงความนับถือ โชโกลาติโต้ ที่กล้าขยับน้ำหนักขึ้นมา แชมป์ตัวจริงต้องกล้าเจอความท้าทาย เขาจะกลับมาเก่งกว่าเดิมแน่”

เปิดใจ! “โรมัน กอนซาเลซ” หลังแพ้ครั้งแรกในชีวิต

“ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว ยังคงช็อกไม่หายกับการพ่ายแพ้ครั้งแรกในการชกมวยอาชีพ ที่มีต่อผู้ท้าชิง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

ก่อนการชก กำปั้นชาวนิการากัว วัย 29 ปี เจ้าของสถิติแชมป์โลก 4 รุ่น ได้รับการยอมรับจากวงการมวยทั่วโลกว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกจากทุกรุ่นการแข่งขัน และมีภาษีดีกว่า ผู้ท้าชิงชาวไทยมาก ชนิดที่อัตราต่อรองในร้านพนันถูกกฎหมายออกราคามาแบบห่างชั้นกันแบบสุดกู่

แต่เกมการชกไม่เป็นแบบที่หลายฝ่ายคิด เพราะเพียงแค่ยกแรก “เจ้าแหลม” ก็เป็นฝ่ายอัดขวาเข้าชายโครง ส่งร่างแชมป์ทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกหัวชน ซึ่งทำให้ “ช็อคโกลาติโต้” ต้องเจอกับแผลที่หางคิ้วขวา ทำให้ตลอดการชกมันเป็นอุปสรรคในการมองเห็น และทำให้เจ้าตัวหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 46 ไฟต์ ก่อนเพิ่มสถิติเป็นความพ่ายแพ้แทน

“มันเป็นการชกที่ดีไฟต์หนึ่ง ผมมีสภาพร่างกายที่ดี และสามารถยืนแลกหมัดได้ตลอดทั้ง 12 ยก แต่ก็อย่างที่เห็นมันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากจริงๆ ผมต้องคอยเช็ดเลือดจากหางคิ้วขวา และพี่เลี้ยงต้องคอยห้ามเลือดในระหว่างพักยก ผมต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้การชกเป็นไปด้วยดี”

“ผมไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน แต่มันเป็นเกมกีฬา และผมก็ไม่มีปัญหาอะไร หากไม่ได้รีแมตช์กับนักชกชาวไทยอีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้กลับมายังประเทศของผม ผมจะได้พักผ่อนบ้าง ผมรู้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ยากไฟต์หนึ่ง แต่ผมไม่เคยมีภาพในหัวเลยว่าผมจะเป็นฝ่ายปราชัยในครั้งนี้” โรมัน กอนซาเลซ กล่าว

ตำรวจหาดใหญ่บุกจับบ่อนการพนันโปปั่น

ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำโดย พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ และ พ.ต.ท.ฉัตรเฉลิม วันธงชัย สารวัตรสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษภาค 9 และตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 รวมประมาณ 30 นาย บุกทลายบ่อนโปปั่นกลางป่าสวนยาง พื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านหน้าควน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังสืบทราบว่ามีการเปิดลักลอบการเล่นพนันโปปั่น และขณะที่เจ้าหน้าที่บุกจับกุมปรากฎว่าเซียนพนันหลายสิบคน ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มหน้าเล่นพนันโปปั่น ได้เห็นเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาต่างพากันตกใจวงแตกแยกย้ายวิ่งหนีกระเจิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมนักพนันทั้งชายและหญิงรวม 13 คน แยกเป็นชาย 5 คน และหญิง 8 คน ส่วนคนที่เหลือวิ่งหนีรอดไปได้

โดยตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย เงินสด 1,300 บาท กระดาษจดเคล้า 3 แผ่น โต๊ะพับ 1 ตัว เก้าอี้ 7 ตัว ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีลักลอบเล่นการพนัน (โปปั่น) เอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ พร้อมทหารและฝ่ายปกครองได้บุกจับบ่อนการพนันมาแล้ว 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 145 คน และยึดเงินสดมูลค่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของเงินสดทาง ปปง. ได้ยึดเอาไว้เพราะไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ

หนุ่มใหญ่ดวงซวย วิ่งหลบหนีตำรวจบุกจับเล่นการพนันมวยตู้ ก่อนโดดลงน้ำจมหาย

เหตุคนเสียชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยทาง พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้วนล้อม ผกก.สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานว่ามีเหตุมีคนจมน้ำที่ริมน้ำปิง หมู่ที่ 6 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่องจึงได้จัดชุดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และพนักงานสอบสวน ร่วมกันกับทางทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ กู้ภัย อ.พร้าว ชุดดำน้ำพิงค์นคร และมูลนิธินพรัตน์สันป่าตอง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจที่เกิดเหตุ อย่างเร่งด่วนซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงยังบริเวณจุดเกิดเหตุพบกลุ่มประชาชน

ชาวบ้านจำนวนมากกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์และทราบมาว่าได้มีชาย 1 คน โดดลงไปในลำน้ำปิง ก่อนจะจมหายไป ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องส่งชุดนักประดาน้ำค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงพบศพผู้เสียชีวิต ก่อนจะได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาบนฝั่ง ได้สำเร็จ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบร่างกายผู้ตายเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันพบเอกสารบัตรประชาชนของผู้ตาย ทราบชื่อคือ นายสนิท เพ็ญพิมาย อายุ 56 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ซึ่งภายหลังอีกว่าเป็นผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากถูกตามจับกุมในข้อหาลักลอบเล่นการพนันมวยตู้บริเวณโรงเรือนที่กำลังก่อสร้างอยู่ริมแม่น้ำปิง หมู่ที่ 6 ต.ดอนแก้ว โดยทางผู้ตายนั้นได้วิ่งหลบหนีตำรวจมา กระทั่งมาถึงบริเวณลำน้ำปิงได้ตดสินใจกระโดดลงไปในลำน้ำเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง แต่เกิดอ่อนแรงร้องขอความช่วยเหลือ มีคนพายเรือไปช่วยแต่ไม่ทัน ได้จมหายไปต่อหน้าต่อตา

ขณะเดียวกันจากการสอบถามทาง พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้วนล้อม ผกก.สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี ได้ออกตรวจพื้นที่และได้ทราบมาว่ามีการลักลอบเล่นการพนันมวยตู้ บริเวณหมู่ที่ 6 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทราบดังนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ โดยเมื่อถึงบริเวณดังกล่าวก็พบกลุ่มคนกำลังจับกลุ่มเล่นการพนันกันอยุ่จริงจึงได้ทำการบุกเข้าจับกุม แต่ระหว่างนั้นทางกลุ่มนักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตางพากันวิ่งหลบหนีกระจัดกระจาย และทางเจ้าหน้าที่สามารถจับตัวได้เพียงคนเดียว

แต่หลังจากนั้นไม่นานทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ว่ามี ชายไทยคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มนักพนันที่หลบนี้ได้จมน้ำหายไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันออกตามหา และประสานทีมนักประดาน้ำช่วยกันงมในจุดเกิดเหตุจนเจอศพในที่สุด อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพผู้ตายส่งไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อชันสูตรก่อนจะมอบให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป