รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ! 2 ด.ช.พังห้องเรียนเละ เสียหายกว่า 4 หมื่น พ่อแม่ร่ำไห้ยอมชดใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เศวต เศวตวิวัฒน์ ผกก.สภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากคณะครู ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ ต.พยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปพังทำลายทรัพย์สินภายในห้องเรียนชั้น ป.6 มีทรัพย์สินในห้องเรียนเสียหายยับเยิน จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.กิตติธัช จันทะเสน พนักงานสอบสวน สภ.พยุห์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปทำการตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารเรียนชั้นเดียวยกพื้นสูง ประมาณ 60 ซ.ม. และจากการตรวจสอบภายในห้องเรียนชั้น ป.6 พบว่า ทรัพย์สินซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอนถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มห้อง และมีการนำเอาหมึกคอมพิวเตอร์มาทาตามบริเวณต่างๆ ลักษณะคล้ายกับเป็นการกระทำของเด็กหรือคนวิกลจริต

จากการสอบสวนเบื้องต้น ในห้วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่ทางโรงเรียนพากันไปทัศนศึกษานอกพื้นที่ และไม่มีใครอยู่เฝ้าโรงเรียน จึงทำให้มีคนร้ายคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2 คน งัดหน้าต่างห้องเรียนเข้ามาภายในห้อง และทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนพังเสียหายยับเยิน

ซึ่งต่อมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนแล้ว คนร้ายเป็นเด็กชาย 2 คน คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ และ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.3 และ ป.4 ของ โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์ ซึ่งได้มีการแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบ และไปทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์
ทั้งนี้ เด็กทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการงัดหน้าต่างเข้าไปรื้อค้นทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนจริง เนื่องจากต้องการเล่นสนุกตามประสาเด็ก โดยไม่คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำผิด ทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด

ซึ่งทางโรงเรียนได้ประมาณการค่าเสียหายแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 60,000 บาท ซึ่งเมื่อพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบแล้วถึงกับร่ำไห้ออกมา เนื่องจากทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานทำน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ส่วนพ่อไม่ได้ทำงานอะไร ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ

ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองกันจนเหลือค่าเสียหายเพียง 40,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้ยอมรับชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

ผกก.สภ.พยุห์ กล่าวว่า ความผิดของเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ ก็ไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *